ชายวัยกลางคนผู้นั้นมองดูคนประหลาดที่โพกผ้าสีเทาไว้บนใบหน้าสองคนนี้ สีหน้าหวาดกลัวเล็กน้อย พลางแผ่จิตจำแนกออกมาตรวจสอบดูรอบหนึ่ง
เขาพบว่าคนที่ค่อนข้างสูงผู้นั้นคือคนธรรมดา ส่วนสภาวะของหญิงสาวที่เอ่ยวาจาก่อนหน้านี้มิอาจตรวจสอบแน่ชัดได้ แต่ฟังเสียงดูแล้วยังอ่อนเยาว์ สภาวะจะสูงส่งได้ซักเท่าไรกันเชียว?
“ก็แค่เด็กไม่สิ้นกลิ่นน้ำนมที่ไม่กล้าเปิดเผยใบหน้าตัวเอง”
ลูกศิษย์ของสำนักซานตูคนหนึ่งกล่าวขึ้นมา “เช้าวันนี้ทหารยามภายในเมืองส่งสัญญาณเตือน เกรงว่าคนที่พวกเขาต้องการจะจับก็คือพวกเจ้า”
ชายวัยกลางคนผู้นั้นมองดูปฏิกิริยาของจิ๋งจิ่วและเจ้าล่าเยวี่ย จึงยิ่งมั่นใจว่าการคาดเดานี้มิผิดแน่ จึงอดรู้สึกโล่งใจขึ้นมาไม่ได้ จากนั้นความคิดชั่วร้ายก็ผุดขึ้นมา
สถานที่อย่างเมืองเฉาหนานนี้ แม้นจะเป็นผู้บำเพ็ญพรตก็มิอาจฆ่าคนตามอำเภอใจได้ แต่ถ้าหากคนที่ต้องการจะฆ่าเป็นคนที่มิกล้าเปิดเผยตัวตน เช่นนั้นยังจะมีผู้ใดสนใจ?
ชายวัยกลางคนล้มเลิกความคิดที่จะข่มขู่เอายา เขามองดูจิ๋งจิ่วและเจ้าล่าเยวี่ย ยิ้มเล็กน้อยพลางกล่าวว่า “ความผิดพลาดที่ร้ายแรงที่สุดของพวกเจ้าก็คือพวกเจ้าน่าจะเอายาให้พระสองรูปนั้นตอนที่อยู่ในเรือนเป่าซู่”
จากนั้นเขาก็หันไปสั่งกำชับเหล่าลูกศิษย์ด้วยน้ำเสียงจริงจัง “ฆ่าพวกมัน ระวังอย่าให้ยาเสียหาย”
……
……
ลำแสงกระบี่หลายสายปรากฏขึ้น บินพุ่งไปยังตรอกที่คับแคบ ตรงเข้าไปหาเจ้าล่าเยวี่ย
ตอนที่กระบี่บินเห