ะบี่ให้ไปโจมตีอีกฝ่ายได้เช่นกัน
จิ๋งจิ่วกล่าว “ข้ามิได้สังหารคนมาหลายปีแล้ว”
เจ้าล่าเยวี่ยกล่าว “ตอนพวกเราเจอกันครั้งแรก เจ้าทำอะไรอยู่?”
จิ๋งจิ่วย่อมต้องรู้ว่านางมิได้หมายถึงตอนที่ตนเองกระโดดไปอยู่ตรงหน้านางในครั้งแรกสุด หากแต่หมายถึงหลังจากนั้น
เวลานั้นเขาเพิ่งจะบั่นศีรษะจั่วอี้แห่งยอดเขาปี้หูลงมา
ในระหว่างที่พวกเขากำลังพูดคุยกัน ในที่สุดชายวัยกลางคนของสำนักซานตูผู้นั้นก็ได้สติขึ้นมา เขาเรียกกระบี่บินออกมาเตรียมจะขี่หนีไป
ครั้นแน่ใจว่าจิ๋งจิ่วไม่มีความคิดที่จะปล่อยกระบี่ เจ้าล่าเยวี่ยจึงส่ายศีรษะ จากนั้นยื่นมือขวาชี้ไปกลางอากาศ
กระบี่มิคำนึงพุ่งออกไป
ลำแสงกระบี่สีแดงสดสายหนึ่งส่องสว่างต้นไม้ที่อยู่ข้างทางในตรอก
ชายวัยกลางคนผู้นั้นลอยร่วงลงมาจากฟ้า ก่อนจะตกกระแทกลงไปในตรอกอย่างแรง ร่างกายและศีรษะแยกออกจากกัน โลหิตสดๆ สาดกระจาย
ลำแสงกระบี่สีแดงวกกลับมาอีกครั้งราวกับสายฟ้า มาหยุดอยู่ตรงหน้าเจ้าล่าเยวี่ย
ภายในตรอกมีเสียงพรึดดังเบาๆ ขึ้นมา ศิษย์ของสำนักซานตูที่กำลังกระอักเลือดออกมาอย่างเจ็บปวดเหล่านั้นก็มิได้รู้สึกถึงความเจ็บปวดใดๆ อีก เนื่องเพราะศีรษะของพวกเขาก็หลุดร่วงออกมาจากร่างกายเช่นเดียวกัน
เจ้าล่าเยวี่ยเดินไปยังศพเหล่านั้น ก่อนจะใช้จิตจำแนกแห่งกระบี่ตรวจสอบดูรอบหนึ่ง จากนั้นย่อตัวลงไปค้นหาอะไรบางอย่างจากในตัวศพเหล่านั้น
จิ๋งจิ่วมองดูภาพเหตุการณ์นี้ รู้สึกชื่นชมเป็นยิ่งนัก ในใจ