จิ๋งจิ่วมิได้บอกสิ่งที่ตัวเองพบกับเจ้าล่าเยวี่ย เขากล่าวว่า “อาศัยเพียงเสียงถอนใจ มันยังมิพอให้เจ้าต้องทำถึงขนาดนี้”
เจ้าล่าเยวี่ยกล่าว “ตอนแรกข้าเองก็นึกว่าข้าคิดไปเอง แต่หลังจากนั้นมักจะรู้สึกว่ามันไม่ถูก ใจแห่งกระบี่ไม่สงบ หลังจากนั้นครึ่งปี ข้าทนไม่ไหว จึงได้ใช้เส้นสายของทางบ้านสืบเรื่องศิษย์เผ่าหมิงผู้นี้ คิดในใจว่าหากไม่มีอะไร ต่อไปจะได้ไม่ถึงคิดถึงเรื่องนี้อีก”
นับแต่ที่มนุษย์กับเผ่าหมิงหยุดสู้รบกันมา ทั้งสองฝ่ายก็มีการแอบติดต่อกันอย่างลับๆ มาหลายปี ตระกูลเจ้ามีสถานะที่สูงส่งในเมืองเจาเกอ ในกองทัพเองก็ค่อนข้างมีอิทธิพลอยู่เช่นกัน นางจึงมีช่องทางที่จะสืบได้
“แล้วสืบเจออะไรไหม?” จิ๋งจิ่วถาม
“มิใช่ว่าสืบเจออะไร หากแต่สืบไม่เจอคนผู้นี้”
เจ้าล่าเยวี่ยมองดูศพที่อยู่ในหลุมศพนั้นพลางกล่าวว่า “เผ่าหมิงคล้ายจะไม่เคยมีคนผู้นี้อยู่”
จิ๋งจิ่วกล่าว “เขาชื่ออะไร?”
เจ้าล่าเยวี่ยกล่าว “ตอนอยู่บนเหลาสุรา เขาแจ้งนามตัวเองว่าอินซาน”
เผ่าหมิงให้ความสำคัญกับการที่เพลิงวิญญาณกลับสู่บ้านเกิด ผู้ที่เสียชีวิตอยู่ข้างนอกทุกคนจะถูกจดบันทึกลงไปในสมุดแห่งหมิงอย่างละเอียด
หากบนสมุดแห่งหมิงไม่มีชื่ออินซานนี้ ก็อธิบายได้เพียงว่านี่เป็นชื่อปลอม หรือไม่ก็มีความลับที่มากกว่านั้นแอบซ่อนอยู่
“อาจารย์เมิ่ง” จิ๋งจิ่วพลันกล่าวขึ้นมา
เจ้าล่าเยวี่ยนิ่งเงียบเล็กน้อย กล่าวว่า “ถูกต้อง ภายหลังข้าจึงเริ่มสืบอาจารย์เมิ่ง”