ด้านหน้ายอดเขาเสินม่อมีคนอยู่ร้อยกว่าคน
ลูกศิษย์ขั้นล้างกระบี่ธรรมดาอย่างเซวียหย่งเกอ ศิษย์น้องอวี้ชิงต่างกลับไปยังริมลำธาร และกำลังรอคอยข่าวคราวอย่างตื่นเต้น จะกลัวก็แต่คืนนี้พวกเขาคงนอนไม่หลับเป็นแน่
เหล่าอาคันตุกะที่มาชมงานชุมนุมมิรู้เป็นเพราะมารยารหรือใคร่รู้จริงๆ กันแน่ พวกเขากลับยังคงอยู่ที่นี่
องค์ชายที่มาจากเมืองเจาเกอสองคนนั้นมองดูเงาทั้งสองคนที่อยู่ด้านล่างยอดเขา สีหน้ามีความกังวลที่ไม่สามารถปิดบังเอาไว้ได้
สาวน้อยจากสำนักเสวียนหลิงเบิ่งตาโต พลางกล่าว “นี่สิถึงจะน่าสนุก”
เหล่าศิษย์หญิงของสำนักแม่ชีสุ่ยเยวี่ยและยอดเขาชิงหรงยืนอยู่ด้วยกัน พวกนางซุบซิบพูดคุยอะไรบางอย่างด้วยเสียงเบาๆ สายตาเหลือบมองดูด้านล่างยอดเขาบ่อยครั้ง
ยอดเขาชิงหรงอยู่ใกล้กับยอดเขาเสินม่อมากที่สุด ในหมู่เมฆระหว่างยอดเขามีเงาตะคุ่มๆ ของรถลากขนาดใหญ่
คนที่อยู่ตรงหน้ายอดเขาเสินม่อไม่เยอะ แต่การสืบทอดกระบี่ที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาหลายปีครั้งนี้ มิรู้ว่าดึงดูดความสนใจจากคนในยอดเขาทั้งเก้ามากน้อยเท่าไร
เมื่อเห็นภาพสองคนที่อยู่ตรงด้านหน้ายอดเขา สีหน้ากู้หานดูหม่นหมองอย่างมาก เรียกได้ว่าดูแย่กว่ากว่าตอนที่กู้ชิงถูกจิ๋งจิ่วตีเสียอีก
ก่อนหน้านี้เจ้าล่าเยวี่ยมิตอบรับความห่วงใยของเขา กระทั่งมองก็ยังไม่เหลือบมองเขาเลยแม้แต่นิดเดียว แต่ตอนนี้นางกลับเดินเคียงคู่กับจิ๋งจิ่ว สนทนาพูดคุยกันอยู่ตลอดเวลา
ภาพนี้ทำให้เขารู้สึกไม่สบ