เจ้าล่าเยวี่ยเหลือบมองเขา กล่าวว่า “มาแล้วหรือ?”
จิ๋งจิ่วส่งเสียงอือ สายตามองไปยังริมฝั่งอีกด้านซึ่งสะดุดตาอย่างมากเช่นกัน
ลูกศิษย์หนุ่มสาวสิบกว่าคนยืนอยู่ตรงนั้น สีหน้าสุขุมและมั่นใจ ล้วนแต่เป็นนักเรียนของกู้หานในห้องแรก
จิ๋งจิ่งรู้จักหลิ่วสือซุ่ยเพียงคนเดียว เขาย่อมไม่รู้ว่าในนั้นมีใบหน้าที่ไม่คุ้นอยู่สองคน
จิ๋งจิ่วมองเขา
หลิ่วสือซุ่ยเหลียวหน้าไปอีกทาง
……
……
เหล่าลูกศิษย์มองไปรอบๆ โดยไม่รู้ว่าตนเองก็กำลังถูกจับตามองอยู่เช่นเดียวกัน
บริเวณหน้าผาและบนเสาหินขนาดใหญ่เหล่านั้น แล้วก็บนยอดเขาที่มีเมฆหมอกปกคลุม มีสายตาจำนวนมากมองลงมายังริมฝั่งแม่น้ำ แล้วยังมีคนอีกหลายคนถือพู่กันและกระดาษคอยจดอะไรบางอย่างอยู่
เจ้าของสายตาและพู่กันกระดาษเหล่านั้นล้วนแต่เป็นบุคคลสำคัญในยอดเขาทั้งเก้า พวกเขาจะตัดสินใจว่าวันนี้จะเลือกศิษย์คนไหนเป็นศิษย์สืบทอด และจะละทิ้งศิษย์คนไหน
การดูแลลูกศิษย์ในสำนักของสำนักชิงซานดูเหมือนมิเข้มงวด คล้ายกับที่พวกเขาปล่อยให้ศิษย์นอกสำนักเอาเคล็ดวิชากระบี่ไปเรียนรู้ด้วยตัวเอง ทว่าความจริงแล้วแต่ละยอดเขานั้นคอยจับตาดูเหล่าลูกศิษย์ที่ฝึกฝนในขั้นล้างกระบี่อยู่ คอยตรวจสอบดูนิสัย แนวโน้ม สภาวะและความสามารถของศิษย์แต่ละคนอย่างละเอียดถี่ถ้วน
“กู้ชิงมิต้องไปคิดแล้ว เขาจะต้องกลับไปยอดเขาเหลี่ยงว่างแน่นอน”
“สถานการณ์ของหลิ่วสือซุ่ยยังมิแน่ชัด ถึงแม้เขาจะต้องถูกเรียกไปยังยอดเขาเหลี่ยงว