ไม่มีใครมาถามจิ๋งจิ่ว คนของยอดเขาซั่งเต๋อเองก็มิได้ปรากฏตัวขึ้นแล้วพาเขาไปยังคุกกระบี่อันเยือกเย็น
เห็นได้ชัดว่าหลิ่วสือซุ่ยมิได้บอกใครเรื่องที่เขาไม่ได้อยู่ในถ้ำคืนนั้น
เขาได้รู้มาจากทางศิษย์น้องอวี้ซานว่าในช่วงนี้ การฝึกฝนของหลิ่วสือซุ่ยนั้นยิ่งยากลำบากมากขึ้น ดูแล้วยากลำบากกว่าเมื่อสามปีก่อนเสียอีก อีกทั้งเจ้าหนุ่มนั้นยังนิ่งเงียบขึ้นกว่าเดิม มิรู้ว่าวันๆ กำลังคิดสิ่งใดอยู่ เพียงแต่รู้ว่าสภาวะของเขากำลังรุดหน้าขึ้นด้วยความเร็วที่ยากจะจินตนาการได้
จิ๋งจิ่วพอจะเข้าใจถึงสาเหตุของการที่หลิ่วสือซุ่ยฝึกหนักและนิ่งเงียบ ด้วยเหตุนี้ เขาเองก็มีแต่ต้องนิ่งเงียบเหมือนกัน
ลูกศิษย์ขั้นล้างกระบี่คนอื่นเองก็กำลังฝึกฝนอย่างหนัก ทุกวันจะมองเห็นเงาคนจำนวนมากบนยอดเขากระบี่ บางคนก็สามารถเดินไปถึงขอบนอกของชั้นเมฆได้
ในเวลาหลายวันหลังจากนั้นก็มีลูกศิษย์สามารถเอากระบี่จากบนยอดเขากระบี่ได้สำเร็จคนแล้วคนเล่า ริมธารสี่เจี้ยนจะได้ยินเสียงหัวร่ออย่างมีความสุข เสียงร้องประหลาดและเสียงที่มีความเจ็บปวดอยู่ตลอดเวลา
สำหรับกระบี่เซียนที่ได้มาอย่างยากลำบาก เหล่าลูกศิษย์ย่อมต้องรู้คุณค่าของมันอย่างมาก แม้นจะใช้คำว่ารักจนมิอาจวางมือมานิยามก็ยังมิพอ ไม่ว่าจะเป็นเวลาเรียนหรือเวลากินข้าว พวกเขาก็จะพกกระบี่ไว้ข้างกาย คอยเลียนแบบลักษณะท่าทางของเหล่าศิษย์พี่หญิงและชายอย่างระมัดระวัง ทั้งยังใช้เชือกที่อ่อนนุ่มที่สุดมามัดม