้างเท่านั้น
ต่อให้เจ้าล่าเยวี่ยจะอัจฉริยะเพียงใด ก็มิอาจโจมตีจากระยะไกลขนาดนี้ได้
และในระยะเท่านี้ เขาซึ่งเป็นผู้บรรลุสภาวะมิประจักษ์ เพียงแค่สะบัดมือก็สามารถสังหารอีกฝ่ายได้แล้ว
นี่จะเป็นการต่อสู้ที่รู้ผลแพ้ชนะอยู่ก่อนแล้ว
จิ๋งจิ่วมองดูท้องฟ้ายามค่ำคืน แน่ใจว่าหากใช้กระบี่ส่งข่าวคงมิทันการ
“ข้าไม่เข้าใจความหมายของท่านอาจารย์อา”
เจ้าล่าเยวี่ยยังคงนั่งอยู่ในถ้ำ ไม่รู้ว่าเพราะอยู่ในช่วงสำคัญของการฝึกเจตน์กระบี่หลอมกายาจึงมิอาจออกไปได้ หรือเป็นเพราะนางได้ยอมแพ้แล้ว
“เวลามาล้วนวุ่นวาย แต่เวลาจะไปยังไงก็ต้องรู้เหตุผล”
อาจารย์อาจั่วกล่าวว่า “ที่ข้าต้องสังหารเจ้า เพราะเจ้ากำลังสืบเรื่องนั้น”
เจ้าล่าเยวี่ยกล่าว “ข้าไม่รู้ว่าท่านกำลังพูดถึงเรื่องใด”
อาจารย์อาจั่วกล่าว “เจ้ามิควรสืบเรื่องนั้น เรื่องเหล่านั้นเจ้าไม่มีสิทธิ์สืบ”
เจ้าล่าเยวี่ยมองเขาอย่างเงียบๆ กล่าวว่า “ที่แท้…มีเรื่องจริงๆ ด้วย”
“ต้องมีแน่นอน มิเช่นนั้นเหตุใดเจ้าแห่งยอดเขาจึงเสียสติ? เหตุใดข้าต้องเสี่ยงมาสังหารเจ้า”
อาจารย์อาจั่วมองนาง พลางกล่าวอย่างทอดถอนใจ “ความจริงข้าไม่เข้าใจ หนทางข้างหน้าของเจ้าสว่างไสว เหตุใดในสามปีนี้กลับเอาแต่สืบเรื่องนี้ เจ้ารู้ได้อย่างไร? แล้วเหตุใดต้องสืบ? อีกทั้ง…เจ้าสืบไปถึงไหนแล้ว? หากมิเป็นเพราะข้ามีคนรู้จักอยู่ในเจวี่ยนเหลียนเหริน ข้าคงคิดไม่ถึงว่าเจ้ากำลังสืบอยู่”
น้ำเสียงของเขาเต็มไปด้วยความเ