นั้นแล้ว แต่ยังคงมองเขาอย่างวิตกกังวล
หลิ่วสือซุ่ยพยักหน้า จากนั้นฉีกยิ้มดีใจขึ้นมา
อาจารย์หลี่ว์ปลื้มปีติยิ่งนัก เหล่าลูกศิษย์นอกสำนักตะโกนออกมาอย่างตื่นเต้น เสียงโห่ร้องยินดีดังออกไปไกล
เสียงโห่ร้องดังลอยมาถึงที่พักที่อยู่ในป่าลึกหลังนั้น จิ๋งจิ่วยิ้มขึ้นมา
เขามิเคยคิดมาก่อนว่าหลิ่วสือซุ่ยจะไม่ผ่านการทดสอบเป็นศิษย์ในสำนัก เขาจึงเกียจคร้านที่จะไปดู
เมล็ดพันธุ์แห่งเต๋าแต่กำเนิด ฝึกปรือพื้นฐานมาก่อนเป็นเวลาครึ่งปี ทั้งยังกินยาจื่อเซวียนไปแล้วเม็ดหนึ่ง มีหรือที่จะไม่ผ่าน?
นอกเสียจากคนผู้นั้นจะมีทะเลวิญญาณที่ลึกจนยากหยั่งถึงอย่างเขา ทว่าบนโลกนี้ไหนเลยจะมีเขาคนที่สองได้?
ประตูถูกผลักออก หลิ่วสือซุ่ยวิ่งเข้ามา แต่กลับพูดอะไรไม่ออก
เขาไม่รู้ว่าควรจะแสดงความรู้สึกของตนออกมาอย่างไร
คิดไม่ถึง จิ๋งจิ่วลุกยืนขึ้นมาจากเก้าอี้ไม้ไผ่
เขายืนไพล่หลังมองดูหลิ่วสือซุ่ย จากนั้นกล่าวด้วยน้ำเสียงราบเรียบและจริงจังว่า “ธรรมวิธียากลำบากและยาวไกล น้อยนักที่จะมีคนเดินเคียงไปด้วยจนสุดทาง เจ้าได้ก้าวเดินไปบนเส้นทางแล้ว ยิ่งต้องตั้งใจ จากกันครานี้คงยากได้พบพาน หากแม้นลืมเลือนก็จงปล่อยมันไป มิต้องคอยหวนคิดจดจำ เช่นนั้นไม่ดี”
หลิ่วสือซุ่ยงุนงงก่อนจะเข้าใจว่าเขากำลังพูดอะไร จึงกล่าวอย่างโมโหว่า “ข้าไม่มีทางลืม”
…………………………………………………………….