จเบาๆ ดังขึ้นมาในหมู่ลูกศิษย์อย่างไม่อาจควบคุมได้ จากนั้นแปรเปลี่ยนเป็นเสียงพูดคุยอย่างตื่นเต้น ฟังดูคล้ายเสียงฝูงผึ้ง
“คนผู้นี้ทำไมถึงได้หล่อเหลาถึงเพียงนี้?”
“ใบหน้านี้เกิดมาอย่างไรกัน?”
“ความมีสง่าราศีเองก็มิใช่ธรรมดา ไม่แน่อาจเป็นลูกขุนนางจากเจาเกอก็เป็นได้”
โดยเฉพาะเหล่าลูกศิษย์ผู้หญิงที่พอมองใบหน้าที่หล่อเหลานั้นแล้ว มิรู้เหตุใดถึงรู้สึกใบหน้าร่อนผ่าว จึ่งหมุนตัวกลับไป ยกมือขึ้นมาพัดแก้มเบาๆ
ลูกศิษย์ผู้ชายคนหนึ่งพลันกล่าวขึ้นมา “พวกเจ้ามิรู้สึกว่าใบหูของเขามันแปลกประหลาดหรือ?”
ทุกคนหันมองดู ถึงได้พบว่าบุรุษหนุ่มชุดขาวผู้นั้นมีใบหูที่กางคู่หนึ่ง ดูแล้ว….
“ช่างน่ารักเสียจริง”
เด็กหญิงผู้หนึ่งมองดูจิ๋งจิ่วพลางกล่าวพึมพำออกมา
อาจารย์หลี่ว์กระแอมเล็กน้อย
เด็กหญิงเด็กชายที่ยินดีขึ้นเขามาบำเพ็ญเพียรย่อมมีความมุ่งมั่นที่จะฝึกฝนตน ครั้นได้ยินการเตือนของผู้เป็นอาจารย์ ทุกคนพลันเฝ้าระวังดูใจของตนอย่างเงียบๆ มิได้มองดูจิ๋งจิ่ว และมิได้พูดคุยกันอีก
ด้านหน้าหอกระบี่เงียบสงบอย่างมาก
ภายใต้การเตือนด้วยสายตาของอาจารย์หลี่ว์ จิ๋งจิ่วกับหลิ่วสือซุ่ยเดินมายืนอยู่ด้านหลังของแถว
“นี่คือเคล็ดการฝึกขั้นแรก พวกเจ้าต้องศึกษาให้ดี”
อาจารย์หลี่ว์สะบัดแขนเสื้อ หนังสือเล่มบางหลายสิบเล่มบินออกมาจากในหอกระบี่ ดูคล้ายดั่งใบไม้ที่ปลิวกระจัดกระจาย ก่อนจะหล่นลงในมือของศิษย์ทุกคนอย่างแม่นยำ
ภาพที่เกิดขึ้นตรงหน้า