ปรากฏประเดี๋ยวหาย นั่นคือเข็มขัดที่ทำจากเอ็นมังกรหมิงเจียว บนเข็มขัดมีแผ่นป้ายชิ้นหนึ่งห้อยไว้ ดูคล้ายว่าแกะสลักขึ้นมาจากไม้สีดำธรรมดา
คนผู้นี้ไร้ลมหายใจ เสียชีวิตไปนานแล้ว แต่สิ่งที่น่าแปลกคือบนใบหน้ายังคงมีไอหมอกปกคลุมอยู่ชั้นหนึ่ง ไอหมอกหนาทึบจนไม่อาจมองเห็นใบหน้าได้ชัดเจน
บุรุษหนุ่มยืนอยู่หน้าเตียงหิน สายตามองดูคนผู้นั้นไม่พูดจา มิรู้ว่ากำลังครุ่นคิดอันใดอยู่
ไม่รู้ผ่านไปนานเท่าไร ในที่สุดเขาจึงกล่าวออกมา
“น่าหงุดหงิด…จริงๆ”
เสียงของเขาชัดเจน แต่กลับแหบแห้งเล็กน้อย การพูดเชื่องช้ายิ่ง คล้ายปกติมิค่อยได้เอ่ยวาจา
แสงสว่างส่องไปในดวงตาเขา
ดวงตาของเขาดุจดั่งมหาสมุทร คล้ายเงียบสงบและใสกระจ่าง แต่กลับลึกและกว้างใหญ่จนสุดคณานับ ทั้งยังแอบซ่อนเกลียวคลื่นและลมพายุไว้จำนวนนับไม่ถ้วน
มีทั้งความไม่เข้าใจ ความโกรธเกรี้ยว ความเสียใจ ความเหนื่อยล้า อีกทั้งความเจนโลกที่ไม่สมกับอายุ
จากนั้นครู่หนึ่ง สรรพอารมณ์ในดวงตาของเขาพลันสลายหายไปจนหมด คงเหลือแต่เพียงความสงบนิ่ง
ดูคล้ายเมฆหมอกที่สลายตัวไปบนยอดเขาเก้ายอด และดูคล้ายแสงระยิบระยับที่ไหลลงมาจากบนฟ้าก่อนที่สุดท้ายจะสลายหายไป
“อิจฉาเจ้าเหมือนกันนะ ได้พักผ่อนเสียที แต่ข้ากลับยังต้องยุ่งอีกหลายปี”
บุรุษหนุ่มชุดขาวกล่าวกับคนตายที่อยู่บนเตียงหิน
เข็มขัดของคนตายขยับเล็กน้อย แผ่นป้ายไม้ชิ้นนั้นพลันหายไป
ลำแสงเยียบเย็นสายหนึ่งลอยออกมาจากเตียงหิน ก่อนจะบ