“ประเดี๋ยวไม่ว่าจะเกิดปรากฏการณ์ที่น่าตกตะลึงเพียงใด ก็อย่าได้แตกตื่นลนลาน”
ศิษย์ชิงซานขอร้องให้ชาวเมืองกลับบ้านของตน นักท่องเที่ยวต่างถิ่นที่มีจำนวนไม่มากต่างก็รีบกลับโรงเตี๊ยมเช่นเดียวกัน ไม่นานบนถนนก็มิเหลือผู้ใด
ศิษย์คนหนึ่งมองดูศพบนถนนร่างนั้น พลางเอ่ยถามอย่างสงสัยว่า “เพลิงวิญญาณของศิษย์เผ่าหมิงผู้นี้ธรรมดา พลังฝีมือต่ำต้อย เหตุใดถึงกล้ารั้งอยู่ที่นี่?”
ศิษย์อีกคนรับคำขึ้นมา “ใครจะรู้ล่ะ? บางทีมันอาจคิดอยากดูปรมาจารย์อาบรรลุกลายเป็นเซียนกระมัง ภาพอันยิ่งใหญ่เช่นนี้ มีผู้ใดมิอยากดู?”
ทันใดนั้นลมพลันพัดโบก ใบไม้หลุดร่วงปลิดปลิว
เหล่าศิษย์แหงนหน้ามองฟ้า ลำแสงกระบี่นับหลายร้อยสายพุ่งตรงไปยังหมู่ยอดเขาจากทุกทิศทาง จากนั้นพลันมีแสงอันเป็นเอกลักษณ์ของอาวุธวิเศษอีกสิบกว่าสายพร่างพราวเจิดจ้าเต็มคุ้งฟ้า สุดท้ายเป็นฐานดอกบัวใหญ่ยักษ์ฐานหนึ่งลอยมาจากบนฟ้า พลังสภาวะอันแก่กล้าลอยฟุ้งเต็มนภา
“หรือนั่นจะเป็นเหล่าไท่จวินแห่งสำนักเสวียนหลิง”
“เจ้าสำนักอู๋เอินเหมิน!”
“รองอัครมหาเสนาบดีจิ้งจง!”
“ลำแสงกระบี่ที่พุ่งขึ้นไปบนฟ้าอันนั้น ช่างน่าอัศจรรย์จริงๆ หรือจะเป็นผู้นั้น?”
“เหล่าศิษย์พี่แห่งยอดเขาเหลี่ยงว่างกลับมาแล้ว หัวหน้าผู้อาวุโสแห่งยอดเขาซั่งเต๋อก็กลับมาแล้ว!”
“เจวี่ยนเหลียนเหรินก็มาด้วยหรือนี่?”
เหล่าลูกศิษย์ตะลึงลานจนมิสามารถบรรยายออกมาเป็นคำพูดได้ หากไม่เป็นเพราะเหตุการณ์สำคัญที่จะอุบัติ