ตมีผู้ใดมิปรารถนาจะชมเล่า? และเป็นเพราะเหตุนี้ พวกเจ้าเลยคิดกำจัดข้า? ไม่ถึงขนาดนั้นกระมัง ศิษย์น้องหญิงท่านนี้ เจ้าช่วยคลายเจ้าสิ่งนี้ให้ข้าหน่อยได้หรือไม่ ต่อให้มิปล่อยข้าไป แต่ก็ให้ข้าได้กินสักคำสองคำก่อนเถิด ผ้าขี้ริ้ววัวแลหลอดเลือดหัวใจ หากยังมิรีบตักขึ้นมา มันจักหมดความอร่อยเอาได้”
ไส้เป็ดจมลงก้นหม้อ ฮวาเจียวยังคงลอยขึ้นๆ ลงๆ ผ้าขี้ริ้วและหลอดเลือดหัวใจเดี๋ยวผลุบเดี๋ยวโผล่
อินซานมิอาจกินของเหล่านี้ได้ เนื่องเพราะมีโซ่โลหะสีเงินเส้นเล็กเส้นหนึ่งมัดร่างกายของเขาไว้แน่น เขาไม่สามารถขยับเขยื้อนได้ ยิ่งไม่สามารถจับตะเกียบได้
สาวน้อยนั่งนิ่งมิไหวติง ไม่มีวาจาใดๆ เอ่ยออกมา
อินซานพลันกล่าวว่า “กระบี่ของเจ้าล่ะ? หากเจ้าใช้กระบี่บินลอบสังหารข้าก่อน ข้าย่อมมิอาจปัดป้อง ทว่าเวลานี้เจ้ากลับนั่งอยู่ตรงหน้าข้าเยี่ยงนี้ หรือเจ้ามิกลัวข้าโจมตีกลับ? เจ้าคิดจริงๆ หรือว่าโซ่กระบี่เส้นนี้สามารถรั้งตัวข้าไว้ได้?”
สาวน้อยยังมิแยแสสนใจเขา
ในที่สุดอินซานจึงทำท่าทีขึงขังจริงจังพร้อมกล่าวว่า “สำนักชิงซานคือสำนักใหญ่แห่งวิถีกระบี่ เป็นผู้นำแห่งความถูกต้อง หรือคิดจะฆ่าโดยมิถามไถ่?”
ในที่สุดสาวน้อยก็เงยหน้าขึ้นมา ดวงตาแวววาวแลกระจ่างใส มิมีอารมณ์อื่นใดปะปนให้เห็น
เมื่อเห็นสายตาเยี่ยงนี้ อินซานพลันรู้สึกโล่งใจ แต่ทันใดนั้นเขากลับรู้สึกเย็นวาบขึ้นมาตรงหว่างคิ้ว คล้ายดั่งมีหยาดฝนหยดหนึ่งตกลงมาตรงนั้น
กระบี่ส