้อย่างไร”
“ท่าน…” เวินซิ่วอี๋ตกใจ และโกรธมาก “ท่านให้อาชิ่งเป็นเหยื่อล่อ”
“ไม่เพียงแค่นั้น” หมิงเวยหันกลับมามองนางด้วยสีหน้าเงียบสงบ “เขาก็ใช่ นายท่านสิบก็ใช่ แม้แต่คุณชายรองก็ใช่ด้วย”
“สตรีเช่นท่าน...” เวินซิ่วอี๋กำหมัดแน่นจี้เสียวอู่ยืนขึ้นขวางในทันที เขารับหมัดของนางไว้
เวินซิ่วอี๋ตกใจ “ท่าน บาดแผลของท่าน…”
“หายแล้ว” หมิงเวยมองนาง แม้จะไม่สูงเท่านาง แต่ในตอนนี้กลับให้ความรู้สึกบางอย่างที่อธิบายไม่ถูก “มียาดีมากมายอยู่ตรงหน้าหากขโมยมาได้ก็รักษาให้หายขาดได้ไม่ใช่หรือ”
“ท่าน...” ตอนนี้เวินซิ่วอี๋ตกใจมาก
หมิงเวยยิ้ม “รู้จักกันมานานแล้วคุณหนูเวินยังไม่ได้สติอีกหรือ ข้าน่ะเป็นนักต้มตุ๋น อย่าเชื่อในสิ่งที่ข้าพูดออกมาจากปาก” เวินซิ่วอี๋รู้สึกโกรธจนอกแทบจะระเบิด สตรีผู้นี้โกหกซ้ำแล้วซ้ำเล่า ก่อนหน้านี้เป็นศัตรูกันก็ช่างไปเถอะ ตอนนี้เป็นสหายร่วมกันชั่วคราวก็ยังกล้าที่จะหลอกลวง
ในเมื่อเป็นเช่นนี้เหตุใดนางยังต้องฟังคำหลอกลวงจากสตรีผู้นี้ต่อล่ะ
มือของเวินซิ่วอี๋ที่เพิ่งจับราวบันได แต่ยังไม่ทันที่นางจะกระโดดลงจากอาคารห้องหนังสือก็ได้ยินหมิงเวยพูดว่า “หากท่านไปตอนนี้จะเป็นการเข้าไปในกับด