“เห็นหรือไม่” หมิงเวยถามเสียงเบา ฉือชิ่งใช้เวลานานกว่าจะหายจากอาการตกใจ
เขาพยักหน้า “มันซ่อนอยู่ลึกมากเจ้าค่ะ” หมิงเวยพูด “สิ่งนี้ซ่อนอยู่ในจิตใจของฮูหยินผู้เฒ่า มันอาศัยพลังชีวิตที่มีมาแต่กำเนิดในการปกปิด เสวียนชื่อธรรมดาแม้จะเปิดเนตรสวรรค์ ได้ แต่ยากที่จะรู้ปัญหาเจ้าค่ะ”
“พ่อมดแม่มด พิธีเข้าทรง ระบำพิชิตมาร ทำนายโชคชะตา การสื่อสารภูติผีวิญญาณ เชี่ยวชาญด้านหยินหยาง สิ่งเหล่านี้ล้วนเป็นงานของพวกท่านซึ่งควรจะเชี่ยวชาญกว่าข้า”
ฉือชิ่งจ้องไปที่สิ่งนั้น และถามว่า “แล้วเราจะกำจัดมันได้อย่างไร”
“เรื่องนี้ท่านต้องถามตัวเองเจ้าค่ะ” หมิงเวยพูด “ข้าบอกแล้วว่านี่เป็นหน้าที่ของพวกท่านพ่อมดแม่มด ท่านไม่ควรถามข้า แต่ควรถามตัวท่านเอง”
ถามตัวเองงั้นหรือ…ฉือชิ่งคิดเงียบๆ เป็นเวลานานแล้วหลับตาลง
พอเห็นเขาเป็นเช่นนั้น ถังซีก็มองหมิงเวยด้วยความประหลาดใจ คำพูดนั้นฟังดูเข้าใจยาก แต่แค่เพียงสองประโยคทำให้ฉือชิ่งเปลี่ยนไปได้มากเพียงนี้เลยหรือ
ผู้ที่เสียใจที่สุดคือเวินซิ่วอี๋ นางรู้สึกราวกับว่าตนเองถูกกีดกันออกไป และไม่สามารถพูดได้ แต่นางไม่เต็มใจที่จะจากไปเช่นนี้ ดังนั้นนางจึงทำได้เพียงยืนอยู่กับที่ มีหลายครั้ง งที่