ให้มากหน่อย และคอยย้ำเตือนเขา มีหรือที่เขาจะไม่บอก”
ฮูหยินใหญ่ก้มหน้ารับฟัง “เข้าใจแล้วเจ้าค่ะ”
“ต้าหลาง เอ้อร์หลางล้วนเป็นบุตรของเจ้า เจ้าจะสนใจแต่ต้าหลางไม่ได้…”
นางพูดไปแค่นั้นก็นึกขึ้นได้ก็รู้สึกเบื่อหน่าย นางพูดเรื่องนี้ไปแล้วไม่ใช่แค่ครั้งสองครั้ง แล้วได้ผลหรือไม่ ลูกสะใภ้คนนี้พูดในสิ่งที่นางควรทำ แต่ทัศนคติของนางที่มีต่อ เอ้อร์หลางไม่เคยดีขึ้นเลย
ฮูหยินผู้เฒ่าถังหยุด และถามอีกครั้ง “เรื่องการแต่งงานของเอ้อร์หลาง ยังหาผู้ที่เหมาะสมไม่ได้หรือ”
พอพูดถึงเรื่องนี้ฮูหยินใหญ่ยิ่งรู้สึกคับข้องใจ
“ท่านแม่ สะใภ้ไม่รู้ว่าอะไรเรียกว่าเหมาะสมแล้วเจ้าค่ะ หลายปีมานี้เลือกคุณหนูให้ไว้หลายคน แต่ไม่เข้าตาเขาเลยสักคน เขาอายุเท่านี้แล้วแม้จะแต่งงานกับซิ่วอี๋ผู้นั้นสะใภ้ก็ย ยอมรับ แต่เขากลับปฏิเสธ”
เรื่องนี้ฮูหยินผู้เฒ่าถังทราบเป็นอย่างดีจึงทำได้เพียงกำชับ “เจ้าถามเขาให้มากกว่านี้ว่าเขาชื่นชอบสตรีแบบใด สถานะทางครอบครัวไม่สำคัญ ส่วนซิ่วอี๋…”
นางชะงักไปแล้วพูดต่อว่า “อย่ากังวลไป หากเขาชอบพอนางจริงคงพูดไปนานแล้ว ไม่ยืดยาวจนถึงตอนนี้หรอก”
“เจ้าค่ะ” ฮูหยินใหญ่คิดในใจ บอกว่านางลำเอียงแล้วฮูหยินผู้เฒ่าไม่เค