้านจี๋อย่าเรียกเช่นนั้นเลย ข้ายังไม่ได้อภิเษกสมรสจะเรียกตำแหน่งนั้นได้อย่างไร ข้าแซ่หมิง เรียกคุณหนูเจ็ดก็ได้เจ้าค่ะ”
“คุณหนูเจ็ด…”
“ใช่แล้ว”
เวินซิ่วอี๋โกรธจนแทบระเบิดนางอยู่ในตระกูลถังมาหลายปี พ่อบ้านจี๋มักเฉยเมยกับนางมาโดยตลอด นางรู้ดีว่าตนเองเกิดมาสถานะต่ำต้อยจึงได้แต่อดทนไว้ ไม่คิดว่าชายแก่คนนี้จะเคารพสตรีที่มาจากแคว้นศัตรูเพียงนี้ แล้วยังปฏิบัติอย่างดีต่อหน้านางแล้วเขาเอานางไปไว้ที่ไหนกัน
“พวกเจ้าทำอะไรน่ะ นางเป็นคนแคว้นฉี! นางทำลายแผนการใหญ่ของข้าที่แคว้นฉีด้วย! ไม่อย่างนั้นตอนนี้ฮ่องเต้แคว้นฉีคงถูกข้าลอบสังหารไปแล้ว!”
พ่อบ้านจี๋มองนางด้วยความแปลกใจ “แม่นางซิ่วอี๋ ท่านก็พูดออกมาเอง คุณหนูเจ็ดเป็นคนแคว้นฉีการที่นางปกป้องฮ่องเต้แคว้นฉีก็เป็นเรื่องสมควรแล้วมิใช่หรือ”
“นั่น…” เวินซิ่วอี๋พูดติดขัดอีกครั้ง
ฟังดูมีเหตุผลคนแคว้นฉีย่อมต้องการปกป้องฮ่องเต้แคว้นฉี แต่…พวกเขาเป็นคนแคว้นฉู่นะ!
เวินซิ่วอี๋สลัดตัวเองให้หลุดพ้นจากตรรกะนี้ และถามว่า “ทั้งสองแคว้นเป็นศัตรูกัน พวกเจ้ายังคงปกป้องนางอยู่อีกหรือ”
พ่อบ้านจี๋ “เรื่องใหญ่ของแคว้นข้าน้อยอาจไม่เข้าใจ แต่อย่างไรคุณหนูเจ็ดกำลังรักษาอาการให้ฮูหย