ฉือชิ่งมองนางด้วยสายตาเย็นชา “ท่านอย่าเล่นเล่ห์อะไรเลย ข้าเลี้ยงพิษกู่ไว้ในร่างกายของพวกท่านหากท่านคิดหนีชีวิตของพวกท่านก็จะจบลง”
หมิงเวยยิ้มอย่างเป็นมิตร “คุณชายพูดอะไรน่ะสำหรับคู่ต่อสู้ที่แข็งแกร่งการถามชื่อถือเป็นมารยาท”
ฉือชิ่งกลับไม่หวั่นไหวเลยแม้แต่น้อยเขาพูดเสียงเย้ยหยัน “ยอดฝีมืองั้นหรือ ท่านไม่เคยประมือกับข้าเลยด้วยซ้ำ”
สีหน้าของหมิงเวยยังคงไม่เปลี่ยนแปลง “ไม่เคยประมือ เพราะคุณชายซ่อนตัวอยู่หลังฉากมาโดยตลอด และหากไม่มีคุณชายแผนการลอบสังหารที่เขาซิ่วชาน และอันตรายจากการล้อมวัดฉางเซิงคงไม่เก กิดขึ้น”
เมื่อได้ยินเช่นนี้ฉือชิ่งก็หรี่ตาลงเล็กน้อยแววตาของเขาเปี่ยมไปด้วยจิตสังหาร
หมิงเวยทำทีมองไม่เห็นแล้วพูดต่อไปว่า “ผงยาบนร่างกายท่านมีกลิ่นที่เบามาก ดังนั้นวิชาพิษกู่คงไม่ดีเท่ากับคุณหนูเวินเพียงแต่พลังหยินหยางปั่นป่วนไม่หยุด ร่างกายดูเหมือนจะอย ยู่ระหว่างหยินหยางเหมือนภูติผีมากกว่ามนุษย์ คือสิ่งที่พ่อมดควรรักษาไว้ ในแง่ของวิชาท่านแข็งแกร่งกว่าคุณหนูเวินมาก! การก่อตัวของหมอกพิษที่เขาซิ่วชาน และค่ายกลหยินหยาง งที่วัดฉางเซิงเป็นฝีมือของท่านใช่หรือไม่เจ้าคะ”
ฉือชิ่งก้าวไปข้างหน้าฝ่ามือข