ขนลุกไปทั้งตัวจนหมิงเวยอดไม่ได้ที่จะหัวเราะ หลังจากพูดพล่ามไร้สาระกัน ทั้งสองก็อารมณ์ดีขึ้นมาก
จี้เสียวอู่ถามนาง “เหตุใดไม่มีอะไรให้ทานเลยพวกเราสองคนบาดเจ็บนะ! นี่เป็นการปฏิบัติที่แย่มาก”
หมิงเวยพูด “นั่นศัตรูของข้า ท่านจะคาดหวังอะไรทนๆ ไปเถอะเจ้าค่ะ”
จี้เสียวอู่พูดเรื่อยเปื่อย “หากรู้ก่อนเมื่อคืนวานข้าคงทานเกี๊ยวแล้ว ก่อนหน้านี้อยากกิน แต่ถูกจูเอ๋อร์ขอให้พาไปทายปริศนาโคมไฟจนลืมไปเลย…”
ไม่รู้ว่าคำพร่ำบ่นของจี้เสียวอู่สัมฤทธิ์ผลหรือไม่ หลังจากนั้นไม่นานประตูก็ถูกเปิดออก ชายหนุ่มที่แต่งตัวเหมือนคนพายเรือก็เข้ามาซึ่งเขานำน้ำสองชาม และซาลาเปาจานหนึ่งมาด้วย
“กินซะ” เขาพูด
จี้เสียวอู่หิวมากจนคว้าซาลาเปาแล้วยื่นให้หมิงเวย “เย็นไปหน่อย แต่ก็กินไปก่อนเถอะ”
“เจ้าค่ะ”
สองพี่น้องรู้ว่าตอนนี้ไม่มีทางเลือกแล้วพวกเขาจึงไม่ได้พูดอะไรมาก และแบ่งซาลาเปานึ่งทานกันเงียบๆ รอจนพวกเขาทานเสร็จชายคนนั้นก็ลุกขึ้นเดินออกไป
หมิงเวยรั้งเขาไว้ “สหายท่านนี้มีนามว่าอะไรหรือ”