เสียงขลุ่ยหยุดลงเขาก็ยิ่งกังวลมากขึ้นไปอีก
“ต่อสู้จบแล้ว หรือว่าตายแล้วเนี่ย” จี้เสียวอู่ปาดเหงื่อออกจากหน้าผาก “เอาเถอะ เข้าไปแล้วค่อยว่ากัน!”
เขาปีนข้ามกำแพงเข้าไป แต่ไม่มีผู้ใดอยู่รอบๆ ใช่ ข้างหน้ามีการจัดงานทายปริศนาโคมไฟ ข้างหลังลานจะมีคนได้อย่างไร
จี้เสียวอู่ครุ่นคิดพลางมองไปรอบๆ ด้วยความงุนงง เขาวิ่งผ่านหลายลานติดต่อกัน แต่ไม่เห็นผู้ใดเลย
“แปลก แล้วคนล่ะ ถึงข้างนอกจะยุ่งก็ไม่ใช่ว่าจะหาไม่เจอเลย”
“เจ้าโง่!” จู่ๆ ก็มีเสียงสตรีดังขึ้น “เป็นถึงศิษย์คนเก่งจากเสวียนตูกวัน แต่กลับไม่รู้ตัวว่าตนเองติดอยู่ในค่ายกลเนี่ยนะ”
จี้เสียวอู่ขนลุกชันเขาหันไปมองรอบๆ “ผู้ใดกัน ภูติผีจากไหน!”
“ท่านต่างหากที่เป็นผี!” อีกฝ่ายต่อว่า “แม่นางหมิงเป็นคนฉลาดขนาดนั้น เหตุใดถึงมีพี่ชายที่โง่เช่นนี้”
จี้เสียวอู่หันไปมองตามเสียงแล้วกระโดดขึ้นทันที บนผนังของลานฝั่งนั้น มีศพของพระภิกษุรูปหนึ่งที่จมูกเบี้ยวตาถลนแขวนอยู่ ข้างๆ นั้นมีสตรีผู้หนึ่งที่งดงามดั่งบุปผายืนเอามือเท้าสะเอวอยู่
……………..