ยแม้ว่าเนื้อหาที่คุยจะเป็นการทะเลาะวิวาทก็ตาม
ในท้ายที่สุดนางไม่พูดอะไร และนั่งหักกิ่งไม้บนต้นไม้เงียบๆ หมิงเวยขี้เกียจเกินกว่าจะสนใจนางแล้วจึงหยิบขนมออกมาทานด้วยความหิว ตอนแรกเวินซิ่วอี๋ไม่รู้สึกอะไร แต่พอมองไปมอ องมาก็แอบกลืนน้ำลายเงียบๆ
หมิงเวยเลิกคิ้วก่อนเอ่ย “อยากทานหรือ” เวินซิ่วอี๋แค่นหัวเราะ และหันหน้าไปทางอื่น
“ไม่อยากทานก็ไม่เป็นไร” หมิงเวยกัดขนมต่อไป
เวินซิ่วอี๋ด่าอีกฝ่ายในใจ คนอะไร!
แต่จะให้นางเปิดปาก และก้มหัวให้หมิงเวยหรือเป็นไปไม่ได้เป็นอันขาด!
ไม่ใช่ว่าหิวหรือก็ไม่ถึงขนาดทนไม่ได้ ท่ามกลางความเงียบงันในที่สุดดวงจันทร์ก็อยู่กลางท้องฟ้า หมิงเวยทานเสร็จก็เอนหลังพิงกิ่งไม้อย่างเกียจคร้าน และครวญเพลงที่ไม่รู้ชื่อออกมา า
เวินซิ่วอี๋มองไปที่หอสังเกตการณ์ครู่หนึ่งจากนั้นก็มองนางด้วยความงุนงง
เมื่อเห็นท่าทางของนางหมิงเวยก็กลับมาสนใจแล้วถามไปว่า “ท่านคิดว่าที่เมืองหลวงจะทำสำเร็จหรือไม่”
แววตาของเวินซิ่วอี๋ไหววูบ แต่ไม่ตอบอะไร
หมิงเวยยิ้ม “ดูเหมือนท่านจะรู้คำตอบชัดเจนอยู่แล้วว่าความเป็นไปได้ที่ในเมืองหลวงจะทำสำเร็จนั้นน้อยมาก ดังนั้นความหวังของพวกท่านจึงอยู่ที่นี่ตั้งแต่ต้นแล้วใช่หรือ