วอี๋เท่านั้น
เมื่อแน่ใจแล้วว่าไม่มีผู้ใดได้ยินฮุ่ยเฟยก็พูดขึ้นว่า “เปิ่นกงบอกแล้วไม่ใช่หรือว่าให้เจ้าเรียนวาดภาพกับกุ้ยเฟยเหตุใดถึงเปลี่ยนใจ”
ท่าทีอ่อนแอเขินอายของเวินซิ่วอี๋ก่อนหน้านี้เปลี่ยนไป นางปลดต่างหูพลางพูดอย่างสบายอารมณ์ว่า “ความคิดของท่านช้าเกินไป กุ้ยเฟยเป็นคนเช่นไรท่านรู้ดีกว่าข้า หากบอกว่าอยากเรีย ยนวาดภาพกับนาง นางจะตอบรับหรือแล้วต้องเรียนไปอีกนานเพียงใด นี่มันใช้เวลานานเกินไปแล้ว”
ฮุ่ยเฟยพูดอย่างโกรธเคือง “แล้วความคิดของเจ้าดีมากหรือ ตอนนี้จบไปแล้ว โอกาสเช่นนั้นก็สูญเปล่าไปโดยเปล่าประโยชน์ ฝ่าบาทเป็นคนเช่นไรข้ารู้ดีกว่าเจ้า! วันนี้เป็นงานมงคลเจ้าสาดน น้ำเย็นไปเช่นนี้เขาจะอารมณ์ดีหรืออย่างไร ตรงกันข้ามเขาอาจไประบายความโกรธกับบุตรชายข้า! ตอนนี้จบแล้วเจ้าทำให้เรื่องไม่เป็นมงคลไปแล้วแม้แต่ข้าก็อ้าปากพูดไม่ได้!”
เวินซิ่วอี๋มองอีกฝ่ายอย่างเฉยเมย “แล้วท่านจะทำอย่างไรจะไล่ข้าออกจากวังหรือ”
ฮุ่ยเฟยอยากจะขับไล่นางออกจากวังจริงๆ แต่เมื่อนึกถึงองค์ชายรองที่ถูกขังอยู่ในจวนอ๋องนาง