เสียงขลุ่ยตี๋จื่อดังขึ้นในยามค่ำคืนวินาทีที่หนิงซิวได้ยินเสียงขลุ่ยสีหน้าของเขาก็เปลี่ยนไป หมิงเวยหันกลับมาสบตากับเขา
คลื่นเสียง…
หมิงเวยมองขึ้นไปบนท้องฟ้า และลมหนาวพัดผ่านมาจากที่ใดก็ไม่รู้ อุณหภูมิลดลงอย่างรวดเร็ว ลูกศิษย์ที่มีพลังอ่อนแอจามขึ้นมาแล้วยังได้ยินคนตะโกนขึ้นว่า “หิมะ หิมะตก!”
ในท้องฟ้ายามราตรีเกล็ดหิมะพลิ้วไหวราวกับใบหลิวเต้นระบำ
หนิงซิวสะบัดแขนเสื้อกระโดดขึ้นไปนั่งบนศาลาแล้ววางกู่ฉินไว้บนตัก
“ติง…” เสียงกู่ฉินดังขึ้น
หนิงซิวใช้กู่ฉิันป้องกันศัตรูด้วยการดีดสายให้เกิดเสียงแทนที่จะบรรเลงเพลง ตอนนี้เขานั่งตัวตรง และบรรเลงกู่ฉินออกมาเป็นเพลง
นิ้วของเขาร่ายบรรเลงบนสายกู่ฉิน เสียงกู่ฉินลื่นไหลราวกับสายน้ำ แต่อีกฝ่ายถูกโจมตีอย่างรุนแรงด้วยเสียงอันดังก้อง เสียงกู่ฉิน และเสียงขลุ่ยตี๋จื่อมาบรรจบกัน ด้านหน นึ่งเสียงสูงด้านหนึ่งเสียงดังก้องกังวานก่อให้เกิดการเผชิญหน้ากัน
เกล็ดหิมะร่วงช้าลงอุณหภูมิค่อยๆ กลับมาสูงขึ้น จู่ๆ เสียงขลุ่ยตี๋จื่อก็เร็วขึ้นราวกับเซียนกระบี่ที่เร่งความเร็วกระบี่ของเขาในทันใด เสียงดนตรีเสียงหนึ่งกลายเป็นใบมีดพุ่ง งเข้าโจมตีหนิงซิว เสียงกู่ฉินของหนิงซิ