ณาเขตแล้ว
ท่วงทำนองที่ช้า ทั้งสูงและฟังดูหยิ่งผยองราวกับผู้ชนะจากการสังหารกองทัพนับพันเหยียบย่ำศพและบัลลังก์ดูถูกผู้แพ้
หมิงเวยกวาดตามองหอดูดาวยกเว้นนางแล้วทุกคนได้รับบาดเจ็บหมด เหล่าผู้อาวุโสบางคนถูกพลังของเสียงขลุ่ยโจมตีกำลังภายในจนได้รับความเสียหายอย่างรุนแรง
หมิงเวยสูดหายใจเข้าลึกๆ แล้วกระโดดไปอยู่ข้างกายหนิงซิวจากนั้นหยิบขลุ่ยเซียวจากด้านหลังออกมาแนบจรดริมฝีปาก
“วู…”
เสียงขลุ่ยตี๋จื่อนั้นใสแจ่มชัด แต่เสียงขลุ่ยเซียวกลับส่งเสียงคร่ำครวญให้ความรู้สึกเศร้าสร้อย ตำแหน่งที่เจาะเข้าไปนั้นแปลกมากไม่อยู่ในท่วงทำนองของขลุ่ยตี๋จื่อ แต่ติดอยู ระหว่างเสียงดนตรีทั้งสอง ซึ่งทั้งหมดนี้ได้ทำลายเพลงแห่งชัยชนะของเสียงขลุ่ยตี๋จื่อ ดั่งฮ่องเต้ที่ปีนขึ้นไปจุดสูงสุดได้ครึ่งทางก็ถูกลากเข้าสู่สนามรบอีกครั้ง
แต่สงครามนี้ไม่เหมือนเมื่อครู่
การต่อสู้ระหว่างขลุ่ยและกู่ฉินเป็นการต่อสู้ถึงตาย แต่การต่อสู้ระหว่างขลุ่ยตี๋จื่อกับขลุ่ยเซียวเป็นการต่อสู้เพื่อชิงความเป็นต่อ เสียงขลุ่ยตี๋จื่อยังพยายามเร่งความเร็ว เส สียงขลุ่ยเซียวไม่สนใจ และยังคงติดอยู่ที่จุดนั้นซึ่งทำให้สถานการณ์ดูน่าอึดอัดยิ่ง หากไม่เดินตามก็จะไม่สามารถแย่งเส