ไท่จื่อคว้าตัวองครักษ์แล้วถามว่า “หายไปได้อย่างไร ข้าบอกแล้วมิใช่หรือว่าให้ระวังตัวไว้รอให้เรื่องนี้จบลงแล้วค่อยหาโอกาสพานางออกจากวัง”
องครักษ์เหงื่อตกด้วยความกังวล “กระหม่อมไม่ทราบเหมือนกันพ่ะย่ะค่ะ ก่อนหน้านี้ส่งนางอยู่ดีๆ พอพวกเขามารายงานจู่ๆ คนก็หายไป พอไถ่ถามล้วนตอบว่าไม่มีคนผู้นี้อยู่!”
ไท่จื่อตกตะลึงอยู่ครู่หนึ่งทันใดนั้นเขาก็เข้าใจและโกรธเคือง
“เป็นนาง ต้องเป็นนางแน่! ในช่วงสามปีที่ผ่านมานางคุมวังหลังอย่างแน่นหนา นอกจากนางแล้วผู้ใดจะทำให้คนหายตัวราวกับอากาศได้ ภายในวังได้รับการคุ้มกันอย่างแน่นหนาจะต้องมีสายลับอยู่ในนั้นแน่!”
“ไท่จื่อ!”
“คนก็ถูกพาตัวไปแล้ว ดูเหมือนว่าเรื่องนี้ถูกนางค้นพบเข้าให้แล้ว นางจะทำอะไร…” ความคิดของไท่จื่อทิ้งห่างออกไปไม่เห็นฝุ่นมองไม่เห็นปลายทาง
ไท่จื่อรู้ดีว่าเขาไม่มีน้ำหนักมากพอในใจของฮ่องเต้ เสด็จพ่อไม่ชื่นชอบเขา ทุกครั้งที่พูดคุยเรื่องต่างๆ อีกฝ่ายมักจะแสดงความผิดหวังเล็กน้อย คิดว่าเขาไม่ฉลาดพอและไม่มั่นคงพอ…
หากเผยกุ้ยเฟยคิดจะกำจัดเขาแล้วไปเป่าหูเสด็ตพ่อ…
“ไม่ได้ อย่างไรก็ไม่ได้!” ไท่จื่อตกใจกับจินตนาการของตนเอง ที่ผ่านมาไท่จื่อผู้ที่ไม่ได้ขึ้นสู่บัลลังก์มัก