เจ้าสามารถพูดได้หรือ ระวังภัยพิบัติออกจากทางปาก”
“อ้อ…”
หลังจากนั้นครู่หนึ่งกัวสวี่ก็พูดว่า “พระวรกายของฝ่าบาทแย่ลงเรื่อยๆ! ข้ากลับมาได้สามเดือนพระองค์ทรงล้มป่วยไปสองครั้งแล้ว”
ผู้เป็นหลานพยักหน้า “ครั้งนี้เป็นสี่ห้าวันเลย”
“นี่ไม่ใช่สัญญาณที่ดี!” กัวสวี่เอนหลังพิงเก้าอี้แล้วจ้องไปที่ด้านบน “หากเป็นเช่นนี้ต่อไปเกรงว่าจะเกิดความวุ่นวาย”
หลานชายไม่เข้าใจ “วุ่นวายอย่างไร ตอนนี้ไม่ใช่ว่าสงบอยู่หรือขอรับ”
กัวสวี่ขี้เกียจเกินกว่าจะอธิบายให้เขาฟังจึงใช้พัดตบเขาอีกรอบ “กินแตงโมของเจ้าไปซะ!”
“ขอรับ” หลานชายทานแตงโมที่เหลือแล้วออกไปทานข้างนอก
กัวสวี่เขย่าพัดในมือพลางใช้ความคิดฮ่องเต้เป็นเช่นนี้แน่นอนว่าไท่จื่อและซิ่นอ๋องนั่นไม่ติดแน่ แต่ตอนนี้ไม่ใช่โอกาสที่ดีที่จะเปลี่ยน!
หากไม่กำจัดไท่จื่อและซิ่นอ๋องคนผู้นั้นก็จะไม่มีโอกาส…
“ท่านอาหกๆ” หลานชายวิ่งเข้ามาจากข้างนอกอีกครั้ง
“เอะอะอะไรกัน” กัวสวี่ที่ถูกขัดจังหวะไม่พอใจเป็นอย่างมาก
หลานชายพูดว่า “มีข่าวจากในวังฝ่าบาททรงพระสุบินถึงฮ่องเต้องค์ก่อน จำเป็นต้องจัดพิธีกรรม”
กัวสวี่ตกใจ “ตอนนี้ไม่มีเทศกาลจะให้จัดงานอะไร”
อย่าคิดว่าฮ่องเต้จะทำตามอำเภอใจได้ตลอด ทั้ง