ารถพูดต่อหน้าฝ่าบาทได้” ไท่จื่อรู้สึกประทับใจกับสิ่งที่เขาพูด
“ส่วนเรื่องของคุณหนูสามตระกูลเหวิน ไท่จื่อไม่จำเป็นต้องใส่ใจ ฝ่าบาทส่งนางเข้าตำหนักตงกงอาจต้องการใช้เรื่องนี้เพื่อเตือนท่าน สำหรับตัวนางนั้นก็หาสถานที่ให้นางพักอาศัยตำหนักตงกงมีอาหารไม่ขาดอยู่แล้ว”
“เช่นนั้นก็มอบให้น้องหญิงสี่จัดการ” ไท่จื่อพูด
ฟู่จินพูดว่า “ไท่จื่อควรระมัดระวังซิ่นอ๋องเป็นพิเศษครั้งนี้ไท่จื่อตอบโต้อย่างรวดเร็ว และสารภาพผิดได้ทันเวลาไม่เช่นนั้นอาจถูกซิ่นอ๋องฉวยโอกาสกดขี่ได้”
ไท่จื่อพยักหน้า “อาจารย์วางใจได้ข้าเข้าใจความร้ายแรงดี เจ้าเด็กหยางชูนั่นถึงหยิ่งทะนง แต่ไร้ซึ่งภัยคุกคามผู้ที่เป็นภัยคุกคามคือน้องรอง”
ฟู่จินพยักหน้าด้วยรอยยิ้มด้วยท่าทีโล่งใจ ขณะที่ทั้งสองกำลังคุยกันอยู่ ขันทีก็เข้ามารายงานว่าบุตรชายคนโตจากตระกูลเหวินมาขอเข้าเฝ้า
ไท่จื่อรู้สึกไม่ชอบใจเล็กน้อย “ตระกูลเหวินนี่ความสามารถที่จะทำให้งานสำเร็จนั้นมีไม่พอ แต่ความสามารถที่จะทำลายงานนั้นมีอยู่เหลือเฟือ ยังจะมีหน้ามาที่นี่อีก!”
ฟู่จินปลอบใจ “คุณชายใหญ่ตระกูลเหวินเป็นลูกพี่ลูกน้องของท่าน ตระกูลเหวินก็เป็นตระกูลฝั่งมารดาของท่าน เกรงว่าพวกเขาจะทำเรื่องเลวร้ายอยู่