ี่นานๆ ทีจะได้ออกมานอกวังหัวเราะ
ฮุ่ยเฟยพูด “ตอนที่เฉิงเอ๋อร์แต่งงานเขาวิ่งออกมาทั้งที่ยังไม่สวมกวานเลยด้วยซ้ำ”
หลังจากพูดไปหัวเราะไปอยู่พักหนึ่งก็มีเสียงมาจากข้างนอกเป็นเหล่านักพรตที่เฝ้าด้านนอกส่งสัญญาณว่ามีคนเข้ามา ทุกคนเงียบเสียงลง และมองไปที่ห้องโถงใหญ่
“หมิงเสี่ยวเวย ตอนที่เจ้าออกจากเมืองหลวงให้คนส่งข้อความมาบอกตอนนี้กลับมา แต่ไม่คิดบอกข้า หากไม่ใช่เพราะเรื่องนี้เป็นเรื่องใหญ่ข้าคงไม่รู้ว่าเจ้ากลับมาแล้ว!”
หมิงเวยยิ้ม “เพิ่งกลับมาไม่นานเลยยังไม่มีเวลาว่าง ได้ยินท่านป้าบอกว่าเจ้าออกเรือนแล้วไม่ทราบว่าบ้านสามีเป็นเช่นไรจึงไม่กล้าไปรบกวน”
“เจ้าแค่หาข้ออ้างเห็นได้ชัดว่าขี้เกียจ!” ทั้งสองพูดคุยถามถึงสถานการณ์ปัจจุบันของกันและกัน
ฟางจิ่นผิงเปิดประเด็น “ข้าได้ยินเรื่องนี้ก็นึกขึ้นมาได้ตอนนั้นที่เจ้าออกจากเมืองหลวงเป็นเวลาที่คนผู้นั้นถูกไล่ออกจากเมืองหลวงเช่นกัน พอเจ้ากลับมาเขาเองก็กลับมา บอกมาตามตรงเถอะสองสามปีที่ผ่านมาเจ้าไปซีเป่ยใช่หรือไม่”
หมิงเวยพยักหน้า “ใช่”
ฟางจิ่นผิงไม่คิดว่านางจะยอมรับอย่างตรงไปตรงมาตอนแรกนางอุทานด้วยความตกใจจากนั้นก็อดอิจฉาไม่ได้ “เจ้านี่เงียบจริงๆ! ติดตามเป็นพันลี้ก็ชวนรั