ใดฝ่าบาทถึงให้กระหม่อมคำนวณดวงชะตาของคนตายพ่ะย่ะค่ะ”
ฮ่องเต้ตกใจ “คนตายงั้นหรือ”
“พ่ะย่ะค่ะ” เสวียนเฟยพูด “ดูจากปาจื้อแล้วคนผู้นี้เสียชีวิตตั้งแต่เด็กไม่มีชีวิตอยู่บนโลกใบนี้แล้ว”
ฮ่องเต้เงียบอยู่นานก่อนจะตอบว่า “แต่นางยังมีชีวิตอยู่จริงๆ”
“เช่นนั้นหรือพ่ะย่ะค่ะ” เสวียนเฟยครุ่นคิด “บางทีครอบครัวของนางมีความดี หรืออาจได้พบกับผู้ที่สามารถช่วยชีวิตได้ แต่ไม่ว่าอย่างไรนางคงอยู่ได้ไม่นาน”
“ไม่มีเหตุการณ์นอกเหนือจากนั้นหรือ”
เสวียนเฟยตอบ “มีอยู่พ่ะย่ะค่ะ อย่างพวกเราที่เรียนรู้เคล็ดวิชาก็จะสัมผัสถึงวิถีแห่งสวรรค์และมนุษย์ อาจจะสามารถต่ออายุชีวิตของเราได้ แต่โชคร้ายยังคงดำเนินต่อไปยากที่จะบอกว่าจะตายเมื่อใด”
ฮ่องเต้พูด “นางเป็นเคล็ดวิชา”
“เช่นนั้นก็ไม่น่าแปลกใจ” เสวียนเฟยพยักหน้า “ไม่ว่าอย่างไรฝ่าบาทไม่ควรเข้าใกล้บุคคลนี้มากเกินไป ตัวนางไร้วาสนาหากอยากมีชีวิตอยู่ต่อจะต้องยืมวาสนาของผู้อื่น อาจได้รับวาสนาครั้งใหญ่ในช่วงเวลาหนึ่ง แต่ทั้งหมดล้วนเป็นเพียงมายาที่นำเอาวาสนาของผู้อื่นมาไว้กับตนเอง เมื่อวาสนานั้นหมดไปย่อมได้รับผลสะท้อนกลับเมื่อถึงเวลานั้นก็อาจจนตรอกไร้หนทางอีกต่อไป”
“อ้อ” ฮ่องเต้คล้อยตามแล้ว