นึ่งในขุนนางร้อยคนในราชสำนัก เหตุใดชื่อเสียงถึงได้แย่เพียงนั้นกัน”
“หึ!” เขาโกหก เสแสร้ง
“ก่อนหน้านี้นักเล่าเรื่องมักจะเล่าเกี่ยวกับความสำเร็จอันยิ่งใหญ่ของท่าน และตอนนี้เมื่อรวมเข้ากับบุญคุณต้องทดแทน ภาพลักษณ์ของท่านก็ดีขึ้นมาก!”
“หึ!” เขานึกภาพถึงตำแหน่งโส่วเซี่ยง!
“อย่าดูถูกผลประโยชน์เล็กๆ น้อยๆ ตรงหน้าเลย ตอนนี้ท่านอายุเท่าไร เดิมทีในราชสำนักชื่อเสียงของท่านอยู่เป็นอันดับสุดท้ายทำตัวโดดเด่นเกินไปจะดึงดูดให้คนเกลียดได้! สู้รออีกสักแปดปีสิบปีให้อายุถึง ถึงตอนนั้นก็เป็นเวลาที่ควรเก็บเกี่ยวแล้ว”
“หึ…เดี๋ยวนะ” กัวสวี่ได้ยินอะไรบางอย่าง และถามเขา “หลังจากแปดปีสิบปี จะเกิดจุดเปลี่ยนอะไร”
จงซู่ยิ้ม “จะเกิดจุดเปลี่ยนอะไรท่านเองก็รู้อยู่แก่ใจ”
อย่างไรเสียเรื่องที่ต้องการเอาชีวิตก็จุดขึ้นมาแล้วเรื่องนี้ก็เช่นกัน จงซู่ลดเสียงลงแล้วพูดว่า “ก่อนหน้านี้น้องหกไปเมืองหลวงมาอาการของฝ่าบาทเกรงว่าจะอยู่ได้อีกไม่กี่ปี”
“…” กัวสวี่พูด “แต่ไท่จื่อขึ้นครองบัลลังก์พวกเราก็ไม่ได้ผลประโยชน์ที่ดีไม่ใช่หรือ”
จงซู่ถอนหายใจ “ท่านคิดว่าไท่จื่อสามารถขึ้นครองบัลลังก์ได้หรือ”
กัวสวี่เหลือบมองเขาแล้วเลิกคิ้ว “จงซู่ เบื้องหน้าท่าน