หลู่เฉียนกลับมาที่จวนก่อนเวลาอันควร เขาอายุมากขึ้นการขอตัวกลับมาก่อนจึงไม่มีผู้ใดว่าอะไร ในตอนที่วังหลวงเต็มไปด้วยความสุขเขาเห็นฟู่จินที่ไม่ได้มารบกวนเขาเป็นเวลาสองเดือนอยู่ในจวน
“นี่เป็นสิ่งที่ท่านบอกให้ข้ารอดูหรือ”
ฟู่จินทำความเคารพด้วยรอยยิ้ม “ผู้อาวุโสพอใจหรือไม่”
หลู่เฉียนแค่นหัวเราะเขาจิบชาอึกใหญ่แล้วถามว่า “ท่านโน้มน้าวจงซู่ได้อย่างไร สำหรับตระกูลจงแล้วเท่ากับเป็นการทำลายตนเองให้วิบัติลงข้าไม่เชื่อว่าจงซู่จะเดิมพันครั้งใหญ่กับเด็กที่ไร้ญาติขาดมิตรผู้หนึ่ง”
ฟู่จินพูดอย่างไม่รีบร้อน “ไม่ยากเลย ผู้ที่โน้มน้าวตระกูลจงได้ต้องเป็นคนตระกูลจงเท่านั้น” หลู่เฉียนมองเขาอย่างสงสัย
ฟู่จินอธิบาย “ในปีที่ข้าเดินทางไปศึกษานอกสถานที่ก็ได้สร้างมิตรภาพกับหมอเทวดานามจงเยวี่ย เขาอยู่ตัวคนเดียวอย่างโดดเดี่ยวเขาเกิดในตระกูลที่สูงส่ง แต่เพราะละเมิดกฎของบรรพบุรุษจึงต้องออกจากตระกูล และไม่เอ่ยถึงนามที่แท้จริงของตนเองอีก”
หลู่เฉียนตกตะลึง “เขาเป็นคนตระกูลจงหรือ”
“ใช่ เขาคือบุตรชายคนที่หกจากตระกูลจงที่เสียชีวิตตั้งแต่ยังเด็ก”
หลู่เฉียนไม่รู้จะพูดอะไรอยู่พักหนึ่งในใจคิดว่าหรือนี่จะเป็นพระประสงค์ของสวรรค์ให้เขา