ามิใช่หรือ”
กัวสวี่พูด “ก็เพราะเหตุนี้ข้าถึงต้องไป! เจ้าก็เห็นว่าอยู่ที่นี่มีประโยชน์อะไร ปกติทหารเหล่านี้มองเราด้วยความอ่อนน้อม เมื่อทำสงครามพวกเขาก็วางมาดใหญ่โต หากไม่คิดหาวิธีรอให้สงครามจบลงกองทัพซีเป่ยกำลังยุ่งแล้วพวกเราล่ะ เดินหน้าหมองกลับเมืองหลวงงั้นหรือ เดิมทีข้าทำผิดพลาดจนต้องออกจากเมืองหลวง หากกลับไปโดยไร้ความดีความชอบติดมือกลับมาด้วยการกลับเข้าไปยังราชสำนักคงยาก!”
“เข้มงวดเพียงนั้นเลยหรือ!” หลานชายถาม “ไม่มีอย่างอื่นให้ทำแล้วหรือขอรับ”
กัวสวี่ถอนหายใจ “ทุกคนรู้ดีว่าความมั่งคั่งมักมาจากภัยอันตราย ในเมื่อมายังซีเป่ยผ่านความยากลำบากมาถึงเพียงนี้แล้วทำไมจะลำบากอีกไม่ได้เล่า ยังจำที่ลุงติดตามอาจารย์หมิงจิ้งได้หรือไม่ นอกจากเขาจะอยู่ในลัทธิขงจื๊อแล้วยังเชี่ยวชาญด้านภูมิศาสตร์อีกด้วย ตอนที่ลุงยังเด็กลุงเคยเรียนกับเขาสำรวจแม่น้ำขุนเขาตลอดทาง วิชาคานอวี่[1] นี้ลุงรู้เพียงเล็กน้อยกองทัพซีเป่ยไม่มีคนมีความสามารถด้านนี้ หากลุงสามารถหาทางช่วยจงซู่ได้แม้จะพบเพียงศพของเขาลุงก็สามารถใช้สิ่งนี้ไต่ไปอยู่ระดับสูงในกองทัพซีเป่ย ในเรื่องความดีความชอบข้าคงมีส่วนบ้าง หากโชคดีไม่แน่ฝ่าบาทอาจเรียกให้ลุงกลับไปยังราชสำนักอีก”
“อย่างนี้นี่เอง!” หลานชายเพิ่งเข้าใจแล้วทำท่าทางประจบสอพลอ “ท่านลุงหกเก่งมาก เก่งทุกอย่างจริงๆ!”
กัวสวี่ชำเลืองมองเขา “รีบไปกันเถอะพวกเราออกเดินทางกันเลย”
“เร็วเพียงนั้นเลยหร