งยิ่งโกรธคำพูดเขาเมื่อครู่ประเด็นอยู่ที่ตรงนี้หรือ เด็กนี่ถูกสาวงามทำให้ลุ่มหลงมัวเมาหรืออย่างไร ไม่สนใจคำตำหนิสนใจแต่ว่าสตรีเป็นอะไรหรือไม่เท่านั้น
“คุณชายหยาง!”
เขาใช้อำนาจบาตรใหญ่สั่งสอน “ข้าเห็นแก่กุ้ยเฟยถึงได้สั่งสอนท่าน! สถานการณ์ของท่านในตอนนี้เป็นอย่างไรท่านคงรู้ตัวเองดี ฝ่าบาทไม่โปรดปรานท่านแล้ว ท่านจะอาศัยอิทธิพลของผู้ใดได้อีกกลับเกาถางไปซะ ดูแลสนามเลี้ยงม้าให้ดี ผ่านไปสามถึงห้าปีฝ่าบาทคงลืมและเรียกท่านกลับเมืองหลวง ไม่เช่นนั้นท่านคงต้องอยู่กับม้าเหล่านั้นตลอดไป!”
หยางชูไม่โกรธเคืองอะไรเขาพูดต่อว่า “ในเมื่อแม่ทัพเหลียงมีข่าวเกี่ยวกับนางคงรู้ว่าสถานการณ์ของนางในตอนนี้อันตรายเพียงใด ข้ามาที่นี่ครั้งนี้เพราะต้องการยืมเส้นทางจากแม่ทัพเหลียง ให้พวกเราผ่านเป่ยเทียนเหมินเพื่อช่วยนางด้วยเถอะ”
“ท่านไม่ได้ยินที่ข้าพูดหรือ” เหลียงจางพูดอย่างโกรธเคือง “เป่ยเทียนเหมินสำคัญมากจะให้เปิดเป็นการส่วนตัวได้อย่างไร ท่านไม่ต้องคิดลมๆ แล้งๆ ตอนนี้จงออกจากจวนแล้วกลับเกาถางไปซะ ข้าจะถือว่าเรื่องนี้ไม่เคยเกิดขึ้น!”
หยางชูสงบลงและถามเสียงเบา “พูดเช่นนี้หมายความว่าแม่ทัพเหลียงปฏิเสธให้ยืมเส้นทางใช่หรือไม่”
“ใช่” เหลียงจางมองเขาอย่างรังเกียจ “ตอนนี้ท่านเปลี่ยนไปเยอะมากอย่าสร้างปัญหา!”
หยางชูถอนหายใจ “ข้าไม่อยากทำเช่นนี้เลยจริงๆ!”
น้ำเสียงนี้ทำให้เหลียงจางรู้สึกเย็นที่แผ่นหลังอย่างอธิบายไม่ถูกเด็กนี่