ซูถูโกรธมากจนแทบรอไม่ไหวที่จะสับนางเป็นชิ้นๆ ทันที
เขาส่งสายตาทหารหลายสิบคนรีบตั้งทัพอย่างรวดเร็วคนที่บาดเจ็บให้อยู่ตรงกลาง ส่วนคนที่ไม่เป็นอะไรให้ถือกระบี่เรียงแถว
“ท่านคิดว่าจะหนีรอดได้จริงหรือจากที่นี่ไปเป่ยเทียนเหมิน ม้าเร็วใช้เวลาเจ็ดแปดวัน ท่านแน่ใจหรือว่าจะไม่ทำผิดพลาดแม้แต่ครั้งเดียว”
หมิงเวยหัวเราะเบาๆ “ไม่แน่ใจหรอกดังนั้นก่อนที่จะพลาด ฆ่าพวกท่านทั้งหมดก่อนไม่ดีกว่าหรือ”
ซูถูไม่มีท่าทีใดๆ แต่ทหารของเขากลับโกรธจัด
“ไม่เชื่องั้นหรือ งั้นหาข้าให้พบก่อนค่อยว่ากัน หึๆ…”
เสียงหัวเราะเยาะเย้ยของนางก้องกังวานไปทุกทิศทุกทางไม่รู้ว่าดังมาจากที่ใด
“องค์ชายขอรับ” ทหารหันกลับมารอรับคำสั่ง
ใบหน้าของซูถูไร้อารมณ์ยิ่งเวลานี้ยิ่งต้องสงบนิ่ง
เขาไม่เข้าใจเคล็ดวิชา แต่ก่อนหน้านี้เขาเคยศึกษาอย่างหนักเพื่อเรื่องของเขาเทียนเสินจึงรู้ว่ามันไม่ได้น่ากลัวเช่นนั้น
“แบ่งกลุ่มละสามคน แต่ละคนทำหน้าที่เป็นหูเป็นตาให้กัน ไม่ว่าพวกเขาจะบุกหรือถอยจะต้องประสานกันเข้าใจหรือไม่”
“ขอรับ!”
เคล็ดวิชาส่วนใหญ่ใช้เพื่อจัดการกับปีศาจและวิญญาณรวมทั้งเพื่อต่อสู้กับมนุษย์ แต่ก็เป็นเพียงส่วนสนับสนุนเท่านั้น ตัวอย่างเช่นวิธีการที่หมิงเวยใช้มาหลายครั้งนั้นเพื่อทำให้สับสนเป็นหลัก และส่งผลต่อการตัดสินใจของพวกเขา เป็นสิ่งที่เด็ดขาดแล้วยังมีความแข็งแกร่งของพลัง
ถึงซูถูไม่เข้าใจเคล็ดวิชา แต่เขาเข้าใจความจริงข้อนี้หนึ่งกลุ่มสาม