นดูแล…เหตุใดถึงได้ดูเหมือนการต้มตุ๋นเลยเล่า
“เรื่องนี้ไม่ให้คุณชายใหญ่รู้ไม่ดีกว่าหรือเจ้าคะ”
“ไม่เป็นไร” หมิงเวยโบกมือ “พี่ใหญ่เป็นคนฉลาดหลักแหลม ประพฤติดี คู่ควรแก่การไว้วางใจ”
ปัญหาไม่ได้อยู่ที่ควรค่าแก่การไว้วางใจหรือไม่…แต่หมิงเวยได้เก็บสมุดบัญชีไว้แล้วเดินไปยังเรือนข้างๆ แม่นมถงมองนางเข้าไปในห้องของจี้หลิงและฮูหยินของเขา
เมื่อหมิงเวยพูดเรื่องนี้จบจี้หลิงก็พลิกดูสมุดบัญชีเหล่านี้ “พูดเช่นนี้ หมายความว่าน้องจะไปเกาถางด้วยหรือ”
หมิงเวยพยักหน้า “รบกวนพี่ใหญ่แล้วเจ้าค่ะ”
จี้หลิงถอนหายใจ “ได้”
อย่างไรเสียเขาชินกับการตามเก็บกวาดเรื่องต่างๆ เสียแล้ว เมื่อก่อนเป็นเรื่องของจี้เสียวอู่ ตอนนี้มีเรื่องของน้องหญิงเพิ่มมาอีกคน
แต่ปัญหานี้ดูเหมือนจะใหญ่เล็กน้อย…
เขาถามอีกว่า “น้องจะพูดกับท่านพ่อท่านแม่ของพี่ว่าอย่างไร”
หมิงเวยพนมมือส่งยิ้มให้เขา “พี่ใหญ่เกลี้ยกล่อมพวกท่านได้อยู่แล้ว ใช่หรือไม่เจ้าคะ”
จี้หลิงมองบนเขาคิดว่าดวงตาของตนคงเคยถูกมูลวัวบดบังจนสับสนมาก่อน ถึงได้มองว่าน้องหญิงน่ารักเฉลียวฉลาดกว่าเสียวอู่
…………
วันรุ่งขึ้นหมิงเวยเดินทางไปเยี่ยมเจี่ยงเหวินเฟิง
“แม่นางหมิงจะไปเกาถางงั้นหรือ” เจี่ยงเหวินเฟิงถาม
หมิงเวยหุบยิ้ม “ชัดเจนถึงเพียงนั้นเลยหรือเจ้าคะ”
เจี่ยงเหวินเฟิงตอบ “ข้าทนไม่ได้ที่จะถูกแยกจากเชี่ยนเหนียงแล้วนับประสาอะไรกับพวกท่านกัน”
หมิงเวยคิดเหตุผลไม่เหมือนกันสักหน่อย..แต่ช่า