“….”
เสวียนเฟยพูด “อย่างไรก็ตามท่านเป็นคุณหนูในห้องหอไม่กลัวเสียชื่อเสียงหรืออย่างไร”
หมิงเวยตอบ “มีชื่อเสียงที่ดีเพื่อออกเรือน แต่ตอนนี้ข้ามีคู่หมั้นแล้วจะต้องกลัวอะไรอีกเล่า”
แล้วเสียงของจี้หลิงก็ดังมาจากด้านหน้า “น้องหญิงพี่ได้ยินนะ!”
อย่าพูดต่อเลยยิ่งพูดยิ่งฟังดูไม่เข้าท่า!
หมิงเวยทำได้เพียงไหวไหล่นางพูดว่า “เจ้าสำนักเสวียนเฟยมีคำแนะนำหรือไม่เจ้าคะ”
เสวียนเฟยเป็นคนที่สงบมาโดยตลอดไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นเขาก็ไม่สุขไม่โกรธ แต่ตอนนี้เขาอยากจะทุบหัวคนในรถม้าจริงๆ!
“พวกเรากำลังพูดถึงเรื่องรูปลักษณ์ของเขา!” เสวียนเฟยกัดกรามแน่น
“อ้อ เรื่องรูปลักษณ์!” หมิงเวยพยักหน้า “ข้าดูออกตั้งนานแล้วทำไมหรือเจ้าคะ”
“ท่านไม่คิดหรือว่าความลับไม่อาจเป็นความลับได้ตลอดไป” หมิงเวยลูบคางอย่างครุ่นคิด
เสวียนเฟยพูดอีกว่า “นี่เพียงแค่เริ่มต้นเท่านั้นท่านเตรียมตัวให้ดีเถอะ” พูดจบเขาก็ดึงบังเหียนและขี่ม้าไปข้างหน้า
ตัวฝูได้ยินก็รู้สึกสับสนนางถามหมิงเวยว่า “คุณหนูเขาพูดว่าอะไรหรือเจ้าคะ ปริศนางั้นหรือ”
หมิงเวยหัวเราะแต่สีหน้าของนางกลับดูจริงจัง “คนสูงศักดิ์ชอบพูดเพียงครึ่งเดียวจึงดูเหมือนคำพูดลึกซึ้งจนเดาไม่ถูก”
“อ้อ!” ตัวฝูดูเหมือนจะเข้าใจ “งั้นบ่าวคงต้องเดาว่าอีกครึ่งประโยคคืออะไรสินะเจ้าคะ”
หมิงเวยมองฝนในฤดูใบไม้ร่วงที่ดูเหมือนจะหนักขึ้นเรื่อยๆ ใบหน้าของนางไร้รอยยิ้ม
ความลับ…ถูกพบแล้วงั้นหรือ
…………
ฮ่องเต้เสด็จก