ระโจม สายลมยามกลางคืนก็พัดม่านขึ้นและแกว่งไปมาอย่างแผ่วเบา เจียงเชิ่งตะโกนอยู่สองครั้งแต่ก็ยังไม่มีเสียงตอบรับ
ผ่านไปสักพักก็มีคนอื่นรีบเดินทางมาที่นี่เช่นกัน
“พี่ใหญ่!”
เจียงเชิ่งเห็นอันอ๋องที่เหงื่อผุดเต็มหน้าผากจึงตอบรับอย่างไม่ใส่ใจ ไม่เห็นอีกฝ่ายอยู่ในสายตาอีก เขากำลังคิดว่าจะเข้าไปในกระโจมดีหรือไม่
“ไท่จื่อ!” ครั้งนี้เป็นขุนนางสำคัญหลายคนที่อยู่ข้างกายฮ่องเต้เดินทางมาถึง
เจียงเชิ่งพยักหน้าให้พวกเขาและพูดว่า “ใต้เท้าทั้งหลายดูจากสถานการณ์แล้วมีผู้ไม่หวังดีก่อความวุ่นวาย ข้าเป็นห่วงเสด็จพ่อจึงเดินทางมาเพื่อคุ้มกัน แต่สถานการณ์ดูไม่ปกติ พวกท่านเห็นว่าควรทำอย่างไร”
หลู่เชียนมีอายุมากแล้วจึงไม่สะดวกเคลื่อนไหวครั้งนี้จึงไม่ได้ตามมาด้วย ผู้ที่มีตำแหน่งสูงสุดในตอนนี้จึงเป็นกัวสู่ ผู้อาวุโสอีกคนในราชสำนัก
ทันทีที่เขาพูดจบแม่ทัพใหญ่หลางอวี่ที่ตามมาคุ้มกันด้วยทนไม่ไหวจึงเอ่ย
“ไท่จื่อตะโกนเรียกอยู่นานแล้วแต่ไม่มีเสียงตอบรับจากด้านในเป็นไปได้ว่าอาจเกิดเรื่องขึ้น หากยังยืดเยื้อต่อไปฝ่าบาทอาจตกอยู่ในอันตรายได้”
กัวสู่ที่ดูถูกทหารอยู่เสมอได้ยินคำพูดนี้เขาก็ขมวดคิ้วทันที “เราไม่ควรบุกเข้าไป หากเกิดอะไรขึ้นมาท่านรับผิดชอบไหวหรือ”
หลางอวี่ไม่พอใจ “จะให้รอจนกว่าจะเกิดเรื่องขึ้นหรืออย่างไร!”
แล้วทั้งสองคนก็เริ่มมีปากเสียงกัน
………