เหยื่อล้มลงกับพื้นทีละตัวด้วยลูกธนู เสี่ยวถงซึ่งสวมชุดขี่ม้าปรบมือด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม “คุณชายเก่งมาก!”
หยางชูโยนคันธนูและลูกธนูไปให้อาสวนอย่างเกียจคร้านและพูดว่า “ไม่ใช่กระต่ายหน้าโง่ก็กวางหน้าโง่ ไม่น่าสนใจเลยสักนิดพวกเจ้าล่ากันไปเถอะ”
ทุกคนคุ้นเคยกับลักษณะนิสัยของคุณชายจึงทิ้งองครักษ์คอยคุ้มกันไม่กี่คน ส่วนอีกสี่คนออกไปล่าสัตว์ต่อ
“อาหว่าน ข้าอยากดื่มชา!” ดังนั้นองค์รักษ์จึงปูที่นอนลงบนพื้นและวางเบาะรองนั่ง จากนั้นก็เริ่มจุดเตา
หยางชูพูดอีกว่า “ข้าหิวแล้วย่างกระต่ายมาให้ทานหน่อย”
เสี่ยวถงยกมืออย่างดีใจ “บ่าวเองเจ้าค่ะ บ่าวนำเครื่องปรุงรสมาพอดีเลยเจ้าค่ะ!”
องครักษ์เมื่อจัดการทุกอย่างเสร็จก็ไปนำสัตว์ที่ล่ามาได้ไปแล่หนังที่แม่น้ำให้สะอาด เสี่ยวถงตามไปด้วยจึงเหลือเพียงอาสวนที่คอยอารักขา และอาหว่านที่กำลังชงชา
หยางชูเอนตัวลงบนเบาะเขาหลับตาลงและพูดว่า “เหนียงเหนียงบอกว่าครั้งนี้ต้องจัดการเรื่องหมั้นหมายให้ข้าพวกเจ้าคิดว่าเป็นตระกูลใดกัน”
อาหว่านเงยหน้าขึ้นมองเขาแล้วตอบด้วยน้ำเสียงเกลียดชัง “แน่นอนว่าต้องเป็นตระกูลหลูเจ้าค่ะ ฮูหยินซื่อจื่อไปเยี่ยมเยียนอยู่หลายรอบครั้งล่าสุดก็จงใจติดตามโหวฮูหยินเข้าวัง ดูก็รู้ว่าตระกูลนี้เป็นอย่างไรคงคิดจะบีบบังคับคุณชายเป็นแน่”
หยางชูหัวเราะ “ตระกูลหลูน่ะหรือชื่นชอบข้า! พี่สะใภ้ไม่เต็มใจยกน้องสาวให้ข้าหรอก เกรงว่าอาจเป็นญาติห่างๆ ของนางที่เต็มใจแต่งงานด้