เมื่อจี้เสียวอู่จากไปตระกูลจี้เงียบสงบขึ้นมาก หมิงเวยตื่นเช้าไปเรียนทุกวัน ตอนเย็นกลับจวนมันเงียบสงบจนรู้สึกน่าเบื่อเล็กน้อย หยางชูยังไม่มีโอกาสไปหาข้อมูล และยังไม่พบเบาะแสใดๆ เกี่ยวกับตราประทับส่วนตัว
เจี่ยงเหวินเฟิงยุ่งกับหน้าที่ราชการ และไม่มีเวลาไปที่สถานศึกษาซานไถ ทุกสิ่งทุกอย่างยังคงไม่รู้แม้แต่น้อย แต่ละวันนางจึงใช้ชีวิตน่าเบื่อขึ้นเรื่อยๆ
วันนี้เข้าสถานศึกษานางทักทายสหายคนอื่นอย่างเกียจคร้าน และนั่งลงในที่ของตนเอง เว่ยเสี่ยวอันและคนอื่นๆ รวมตัวกันด้วยความตื่นเต้น
หลังจากเหตุการณ์การลักพาตัวพี่น้องตระกูลเหวินก็กลับมาเข้าเรียนอีกครั้งแต่ก็ไม่ทำตัวเป็นจุดสนใจเหมือนแต่ก่อนแล้ว ส่วนเพื่อนร่วมชั้นอีกกลุ่มเพราะเว่ยเสี่ยวอันมีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับนางไม่น้อย แต่หากมีเรื่องอะไรก็จะร้องเรียกหานาง
“นี่! เจ้าได้ยินมาหรือไม่” เปิดด้วยประโยคนี้หมายความว่าต้องมีบางอย่างเกิดขึ้น
“อะไรหรือ” หมิงเวยไม่สนใจมากนักสิ่งที่นางคิดอยู่เต็มหัวในตอนนี้คือตัวตนของบุคคลลึกลับคนนั้น
“ชิวเลี่ย[1]ไง! ฝ่าบาทมีราชโองการเมื่อวานนี้ว่าจะจัดชิวเลี่ยในปีนี้!”
หมิงเวยชมวดคิ้ว “แล้วเกี่ยวอะไรกับเรางั้นหรือ”
ชิวเลี่ยเป็นประเพณีของราชวงศ์นี้ฮ่องเต้ไท่จู่ได้ครองแผ่นดิน แม้จะก่อตั้งแคว้นขึ้นแต่แคว้นฉู่ใต้ก็ยังไม่ล่มสลาย พวกหูเหรินทางเหนือก็ยังไม่แน่นอน ใต้หล้ายังไม่รวมเป็นหนึ่งเดียวเพื่อเป็นการรักษาจิตใจของการต่อสู้ม