าพูดอีกครั้ง
ภายใต้การจ้องมองของเขา รอยยิ้มของหมิงเวยค่อยๆ หายไป แววตาของนางค่อยๆ เปลี่ยนไปเช่นกัน
“ท่านอยากฟังงั้นหรือ”
เสวียนเฟยพยักหน้า “ข้าแนะนำให้ท่านคิดใหม่อีกครั้ง หากฟังแล้วไม่สามารถมองย้อนกลับไปได้นะเจ้าคะ”
เสวียนเฟยตอบ “ท่านคิดว่าข้าสามารถย้อนกลับไปได้งั้นหรือ ท่านทำเรื่องพวกนี้ คิดว่าเมฆลอยข้ามทะเลสาบโดยไม่ทิ้งร่องรอย แต่ท่านทิ้งเงาเอาไว้จะให้ผู้อื่นละเลยได้อย่างไร”
“….” หมิงเวยหัวเราะเบาๆ แล้วขอโทษด้วยความจริงใจ “ขอโทษเจ้าค่ะ”
“ข้าไม่ต้องการคำขอโทษ หากอยากขอโทษจริงๆ ก็ช่วยชี้แจงเรื่องนี้ให้กระจ่างด้วย”
หมิงเวยคิดแล้วถามเขา “ท่านต้องการให้แคว้นต้าฉีแข็งแกร่ง แผ่นดินมั่นคงงั้นหรือ”
“แน่นอน” เสวียนเฟยตอบอย่างไม่ลังเล
หมิงเวยเลิกคิ้ว “จากใจจริง”
“จากใจจริง” หมิงเวยเห็นความจริงจังในดวงตาของเขา
หมิงเวยหัวเราะในใจ นางไม่สามารถสลัดภาพจำในชาติก่อนได้ จอมมารเสวียนเฟยตอนนี้ยังคงปกป้องแผ่นดินฉีเหนืออย่างสุดหัวใจ อาจมีเหตุผลบางอย่างที่ทำให้เขาเปลี่ยนความตั้งใจเดิมหรือไม่ ก่อนที่การเปลี่ยนแปลงนี้จะมาถึงนางไม่ควรมองเขาเป็นบุคคลเดียวกันกับชาติที่แล้ว บางทีมันอาจจะสามารถเปลี่ยนแปลงได้ในชาตินี้ บางทีเขาอาจจะไม่กลายเป็นจอมมาร
หมิงเวยตัดสินใจอย่างรวดเร็วและกล่าวว่า “ข้าต้องการให้โลกสงบสุขร่มเย็น”
“….”
“ทำไม ท่านไม่เชื่องั้นหรือ” หมิงเวยเลิกคิ้ว
เสวียนเฟยมองนางอย่างตั้งใจและพูดว่า “ข้าต้องไ