หรือ”
“เพคะ ต้องขอบคุณท่านแม่ของหม่อมฉัน”
ฮ่องเต้ไม่สงสัยอะไรในเมื่อโลกนี้มีเคล็ดวิชา การได้พบเทพก็ไม่ใช่เรื่องแปลกอะไรก็แค่เป็นเรื่องหายากเท่านั้น
พระองค์ถามผู้อาวุโสอี้ “การแข่งคัดเลือกเจ้าสำนัก พวกท่านได้ข้อสรุปแล้ว แม่นางหมิงผู้นี้เองก็ผ่านด่านทดสอบทั้งห้าเช่นกันพวกท่านประเมินความเห็นว่าอย่างไร”
ผู้อาวุโสอี้ก้าวออกมาตอบด้วยความนอบน้อม “ทูลฝ่าบาทจากการพยากรณ์ดวงดาวเมื่อคืนนี้ กระหม่อมตรวจสอบแล้วว่าผลการพยากรณ์ดูดาวของแม่นางหมิงนั้นถูกต้องมีดาวสังหารอยู่ทางตะวันตกเฉียงเหนือ และเวลาที่เกิดภัยพิบัติก็แม่นยำเช่นกันพ่ะย่ะค่ะ”
“เช่นนั้นการพยากรณ์โชคชะตาแผ่นดินของนางก็ดีไม่แพ้ผู้เข้าแข่งขันอีกสองคนเลย”
ผู้อาวุโสอี้ชะงักเขาตอบอย่างมีชั้นเชิงว่า “ทั้งสองคนไม่เหมือนกันพ่ะย่ะค่ะ สิ่งที่แม่นางหมิงพยากรณ์ได้คือดาวสังหาร แต่สิ่งที่เสวียนเฟยพยากรณ์ได้คือดาวมาร”
ในแง่ของความแม่นยำแน่นอนว่าหมิงเวยเป็นผู้ชนะ แต่อย่างไรก็ตามเสวียนตูกวันต้องการรักษาหน้าตาของตนเองเอาไว้ เสวียนเฟยต้องสืบทอดเป็นเจ้าสำนัก เป็นราชครูในอนาคตจึงไม่สามารถพูดได้ว่าเขาด้อยกว่าเด็กสาวคนหนึ่งได้
ฮ่องเต้เข้าใจดีพระองค์ไม่คิดเปิดเผยอะไร พระองค์กล่าวว่า “เอาล่ะ ตามที่พวกเจ้าว่ามาเจิ้นกับกุ้ยเฟยควรมอบอะไรให้นางเป็นรางวัลดี”
ผู้อาวุโสอี้รีบตอบไปว่า “ไม้บรรเทาจิตใจของกุ้ยเฟยสมควรเป็นของแม่นางหมิงขอรับ”
“อ้อ” ฮ่องเต้เลิกคิ้ว “ในเมื่อ