เสวียนเฟยและอวี้หยางยืนรออยู่ด้านนอกห้องโถงเป็นเวลานานแล้วก็เห็นขันทีเล็กเดินออกมา “เชิญท่านนักพรตเสวียนเฟยขอรับ”
อวี้หยางชิงถามไปว่า “ฝ่าบาทไม่ได้ตรัสถึงข้าด้วยหรือ”
ขันทีเล็กยิ้ม “ฝ่าบาทไม่มีคำสั่งท่านนักพรตอวี้หยางโปรดรอที่นี่สักครู่” อวี้หยางทำได้แต่เพียงมองเสวียนเฟยเดินเข้าไปด้านใน
เมื่อได้ยินว่าฮ่องเต้ต้องการพบเขาก่อน เสวียนเฟยก็ตัดสินใจแน่วแน่ ฮ่องเต้ยินดีที่จะพบเขานั่นหมายความว่าพระองค์ให้โอกาสเขาได้อธิบาย แค่นี้ก็เพียงพอแล้ว การทะเลาะในครั้งนี้เขาจะไม่แพ้
“เสวียนเฟยถวายบังคมฝ่าบาท”
ฮ่องเต้ประทับอยู่ตรงกลางและดูเหมือนกำลังเสวยยาอยู่ เสวียนเฟยสูดหายใจเบาๆ หัวใจของเขาจมดิ่งเล็กน้อย ยานั้นเหมือนจะเป็นยาสำหรับรักษาอาการปวดศีรษะ ฮ่องเต้ทรงมีอาการปวดศีรษะงั้นหรือ
เมื่อดื่มเสร็จเรียบร้อยแล้วฮ่องเต้จึงหันมาให้ความสนใจเขา “ลุกขึ้นเถอะ”
“ขอบพระทัยฝ่าบาทพ่ะย่ะค่ะ”
ฮ่องเต้โบกมือปฏิเสธผลไม้แช่อิ่มจากขันทีเล็ก พระองค์จิบเพียงน้ำเปล่าเพื่อไล่รสยาออกไปแล้วพูดขึ้นว่า “เหล่าผู้อาวุโสในเสวียนตูกวันได้แสดงความคิดเห็นแล้วและสนับสนุนให้เจ้าเป็นเจ้าสำนัก เจิ้นเองก็เห็นว่าเจ้ามีความสามารถมากกว่าอวี้หยาง ดูสุขุมหนักแน่นกว่า”
เสวียนเฟยไม่พูดอะไรกลับเขารู้ว่าฮ่องเต้ยังพูดไม่จบ แน่นอนว่าฮ่องเต้เหลือบมองเขาแล้วพูดต่อไปว่า “แต่เจ้ากลับทำตัวเช่นนั้นจึงไม่อาจประกาศราชโองการออกไปได้”
เสวียนเฟยได้ฟังสีหน้าเ