บอกอย่างตรงไปตรงมาได้เลยเจ้าค่ะ”
จี้เสียวอู่รับฟังคำแนะนำของนางเขาเรียบเรียงคำพูดของตนเองและตอบกลับไปด้วยความจริงใจ “ก่อนหน้านี้ข้าอยากเข้าเสวียนตูกวันมาโดยตลอด แต่ไม่มีวาสนา จนตอนนี้ท่านนักพรตต้องการรับข้าเป็นศิษย์ ข้าน้อมรับด้วยความยินดีอย่างที่สุด แต่ข้าน้อยมีครอบครัว และตำแหน่งหน้าที่จึงยังไม่สามารถตอบรับตามอำเภอใจได้ ต้องถามความเห็นจากพวกเขาเสียก่อน ท่านนักพรตไม่ทราบว่า…”
นักพรตซีเฉิงพยักหน้า “เจ้ามีจิตใจดีเป็นที่รักของครอบครัว ถ้าอย่างนั้นกลับไปถามครอบครัวก่อนแล้วค่อยมาให้คำตอบก็ได้”
จี้เสียวอู่ดีใจมาก “ขอบคุณมากขอรับ!”
เขาอยากถามนักพรตซีเฉิงมากว่าเห็นอะไรในตัวเขา แต่น่าเสียดายที่ไม่ใช่เวลาที่เหมาะสมเพราะยังมีด่านที่ห้ารอพวกเขาอยู่ เขาจึงต้องเก็บงำเอาไว้
ทั้งเจ็ดได้กล่าวลานักพรตซีเฉิง และมุ่งหน้าไปยังประตูสุดท้าย
เหลือเพียงคำถามสุดท้ายการแข่งคัดเลือกเจ้าสำนักก็สามารถตัดสินผู้ชนะได้แล้ว ภายในศาลาหอดูดาวมีนักพรตเฒ่าผู้เก่งกาจนั่งรออยู่
เมื่อเห็นทั้งเจ็ดคนเดินมาถึงจุดหมายปลายทางเขาก็พูดขึ้นว่า “ข้าไม่คิดเลยว่าจะมีคนมากมายถึงเพียงนี้ที่ผ่านมาถึงด่านสุดท้ายได้ คำถามนี้จะว่าง่ายก็ง่าย จะว่ายากก็ยาก”
เขาทอดมองไปยังสถานที่ที่ฮ่องเต้ประทับอยู่และยกมือประกบกัน “พวกเราเสวียนตูกวันแตกต่างจากสำนักอื่นๆ เพราะเราเป็นผู้พิทักษ์แคว้นต้าฉีที่ยิ่งใหญ่ ในสมัยฮ่องเต้ไท่จู่ทรงขอให้ศิษย์พี่ซูสิงสร้