ศิษย์จากเสวียนตูกวันทั้งสี่ผ่านด่านนี้ไปอย่างง่ายดาย
สำหรับพวกเขาแล้วความยากของด่านทั้งห้าไม่ได้อยู่ที่การผ่านด่านทดสอบ แต่อยู่ที่ว่าผ่านด่านทดสอบได้อย่างสวยงามได้อย่างไร
เมื่อมาถึงประตูที่สามเหลือผู้เข้าแข่งขันเพียงสิบคน
มีศิษย์ทั้งสี่จากเสวียนตูกวัน หมิงเวย จี้เสียวอู่ หยางชูและอีกสามคน จากสิบคนที่ต้องการโดดเด่นต่อหน้าพระพักตร์ฮ่องเต้ตอนนี้เหลือเพียงสามคน
ในด่านที่สามผู้เฝ้าประตูเป็นนักพรตหญิง
มีพู่กันและกระดาษกองหนึ่งวางอยู่ตรงหน้านาง เมื่อเห็นพวกเขาเดินเข้ามานางก็พูดขึ้นว่า “ด่านของข้ามีเพียงคำถามเดียว หากตอบถูกก็ผ่านไปได้”
บางคนที่ผ่านสองด่านที่แสนยากลำบากมาได้ถอนหายใจด้วยความโล่งอก ศิษย์ในเสวียนตูกวันแต่ละคนพลังฝีมือไม่ธรรมดาหากต้องเจออีกรอบพวกเขาคงยอมรับความพ่ายแพ้ออกไปตรงๆ
“เชิญท่านนักพรตถามมาได้”
นักพรตหญิงเอ่ย “หลี่เจินจี๋ ผู้บำเพ็ญพรตประพฤติรักษาพรหมจรรย์เป็นเสวียนชื่อในตำนานเมื่อสามร้อยปีก่อน ตลอดชีวิตของเขาได้เดินทางไปทั่วทุกที่ ขอถามว่าปีที่สี่แห่งรัชศกโฉ่วเต๋อ เขาอยู่ที่ใด”
หลังจากถามเสร็จนางก็ชี้ไปที่พู่กันและกระดาษตรงหน้า “หากได้คำตอบแล้วให้เขียนลงบนกระดาษแผ่นนี้ หลังจากที่ทุกคนตอบคำถามเสร็จ ข้าจะประกาศผล”
เมื่อคำถามนี้ถูกเอื้อนเอ่ยออกมามีหลายคนดูงุนงง
ผู้บำเพ็ญพรตประพฤติรักษาพรหมจรรย์ พวกเขาส่วนใหญ่เคยได้ยินมาก่อน แต่ตามที่นักพรตหญิงเล่ามาเขาเดินทางมาตลอดชีวิตและไ