เหล่าเด็กสาวได้ฟังเสียงต่อสู้อีกฝั่งของกำแพงก็รู้สึกถึงความเดือดพล่านที่ไม่อาจต้านทานได้ ยิ่งเมื่อได้ยินหมิงเวยพูดออกมาแบบนั้นแววตาพวกนางก็ฉายแววดุร้าย
“คุณหนูสามเจ้าคะ” มีคนขยับกายแล้วเหล่านักเรียนห้องหลิงหานส่วนใหญ่เป็นคุณหนูจากตระกูลชั้นสูงที่มีชื่อเสียงพวกนางเกิดในตระกูลทหารซึ่งบรรพบุรุษของพวกนางได้ร่วมเรียงเคียงบ่ากับไท่จู่
เรื่องทะเลาะวิวาทนั้นไม่ใช่เรื่องแปลกสำหรับพวกนาง เหตุผลที่ห้องหลิงหานทำให้เหล่าอาจารย์ในสถานศึกษาหมิงเฉิงต้องปวดหัวเพราะพวกนางมักทำเรื่องเช่นนี้…
ท่าทางของหมิงเวยทำให้คุณหนูสามลังเลอยู่พักหนึ่ง แต่เมื่อมาคิดดูแล้วมีอะไรให้นางต้องกลัวกัน นักเรียนที่เข้ามาใหม่คนนี้ตระกูลของนางเป็นขุนนางฝ่ายบุ๋นที่ปกติมีบุคลิกเงียบสงบ ท่าทางดูสูงเกินเอื้อม แต่หากถูกพวกนางสั่งสอนไปไม่กี่ครั้งก็เชื่อฟังแล้วไม่ใช่หรือ ท่าทางหยิ่งผยองเช่นนี้คิดว่าพวกนางไม่กล้าลงมือหรืออย่างไร
ฮึ! เดี๋ยวจะทำให้เห็นเองว่าพวกนางกล้าหรือไม่กล้า!
คุณหนูเหวินส่งสัญญาณทางสายตา จากนั้นเหล่าคุณหนูก็รีบพุ่งตัวเข้าไปหาหมิงเวย หมิงเวยสะบัดแส้เมื่อพบว่าพวกนางต่อยเตะเป็น ในพวกนางมีสองคนที่วรยุทธ์ไม่เลวเลยทีเดียว แต่ขนาดยอดฝีมืออย่างซูรื่อฉู่ยังไม่สามารถแตะต้องนางได้ในช่วงเวลาอันสั้นมีหรือที่ตนจะกลัวพวกนาง
นางบิดเท้า ท่ามกลางวงล้อมของเด็กสาวนางเคลื่อนไหวไปด้านข้างด้วยท่าทางแปลกๆ ขณะเดียวกันก็ตบไหล่ของตนเอง “ไป!