“ท่านอย่าเพิ่งใจร้อนไปพวกเรามาวิเคราะห์เรื่องนี้กันก่อนเถิด” หมิงเวยรีบเปลี่ยนเรื่อง
นางรู้สถานการณ์ปัจจุบันดีด้วยความสามารถของตนเองในตอนนี้ หยางชูต้องมองหาปัญหาของตนเป็นแน่จึงทำได้เพียงนอนให้ผู้อื่นเข่นฆ่า หยางชูเหลือบมองนางแต่ไม่พูดอะไร
หมิงเวยนั่งลงข้างเขาราวกับเป็นพี่น้องที่ดี ก่อนอื่นต้องสร้างภาพลวงตาของความใกล้ชิดแล้วจากนั้นก็ปลอบโยนให้อารมณ์ที่กำลังโกรธนี้สงบลงก่อน
“ปีนี้ท่านอายุสิบเก้า ถ้าอย่างนั้นท่านก็เกิดในศักราชหยวนคังที่ยี่สิบแปด ในตอนนั้นคนผู้นั้นคงดำรงตำแหน่งจ้าวอ๋อง”
“ก็เกือบได้รับตำแหน่งชูจวิน[1]แล้ว” หยางชูพูด
“ได้ๆๆ เจ้าค่ะ” หมิงเวยพูดคล้อยตาม “ท่านเกิดหลังจากบิดาเสีย หมายความว่านายท่านหยางรองเสียในปีหยวนคังที่ยี่สิบเจ็ดใช่หรือไม่”
หยางชูพยักหน้า “ท่านย่าบอกว่าในตอนนั้นไท่จื่อกำลังต่อสู้เพื่อชิงบัลลังก์กับองค์ชายรอง เนื่องจากร่างกายของท่านไม่ค่อยดีจึงไปรักษาตัวที่เจียงชาน ตอนที่เกิดเรื่องขึ้นท่านพ่อจึงขี่ม้าเร็วเพื่อเรียกท่านกลับมาที่เมืองหลวง แต่คงเพราะรีบร้อนเกินไปม้าที่ท่านขี่ลื่นตกข้างทาง ตอนนั้นท่านไม่เป็นอะไร แต่หลังจากนั้นมาอาการป่วยของท่านก็กำเริบขึ้นและเป็นอันตรายมาก”
หมิงเวยจดจำให้ขึ้นใจแล้วพูดออกไป “เห็นไหมเจ้าคะ ปัญหาอยู่ที่ตรงนี้ หากบิดาของท่านเสียชีวิตท่ามกลางการก่อกบฏ ในตอนนั้นท่านน่าจะยังอยู่ในครรภ์มารดา คนผู้นั้นเมื่อยังเป็นจ้าวอ๋อง รักในกฎเกณฑ์ไ