หลังรับประทานอาหารเช้าเสร็จนายท่านจี้ก็เดินทางไปสอนที่กั๋วจื่อเจียน
จี้หลิงเองก็ยังศึกษาอยู่ที่กั๋วจื่อเจียน แต่เขาจากบ้านไปหลายเดือนมีหลายเรื่องที่ต้องจัดการจึงไม่ได้ไปขอวันสิ้นสุดการลาไว้
ฮูหยินจี้กวักมือเรียกบุตรชายคนเล็ก “น้องเพิ่งเดินทางมาเมืองหลวง เจ้าพานางออกไปเดินเล่นเสียหน่อยเถอะ”
จี้เสียวอู่ชี้จมูกตนเอง “ลูกหรือ ลูกต้องไปเข้าเรียนขอรับ!”
ฮูหยินจี้มองเขาอย่างดูถูก “ลูกจริงจังกับการเรียนด้วยหรือ ไม่ใช่ว่าโดดเรียนหรือไม่ก็หลับในห้องเรียนหรืออย่างไร วันนี้ไม่ต้องเข้าเรียนพาน้องของลูกออกไปเดินเล่นซะ!”
“….”
จี้เสียวอู่น้ำท่วมปากแล้วมองหมิงเวยอย่างหดหู่ใจ เขาเห็นนางดูสงบเสงี่ยม ซ้ำยังยิ้มให้เขาพร้อมพูดด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลว่า “รบกวนพี่ห้าแล้ว”
นางไม่เพียงพูดปดอีกทั้งยังแสดงละครเก่งด้วย!
น่ากลัวจริงๆ! ไม่ใช่ว่าน้องหญิงของเขาคนนี้เกิดมาโง่เขลาหรอกหรือ ทำไมพอหายดีแล้วถึงกลายเป็นเช่นนี้ไปได้
“ยืนงงอะไรอยู่” ฮูหยินจี้โยนกระเป๋าเงินให้ “รีบไปเช่ารถที่ร้านรถม้าซะ อย่าทำให้น้องต้องเหนื่อยไม่อย่างนั้นแม่จะถลกหนังลูก!”
ไม่รอให้จี้เสียวอู่เปิดปากหมิงเวยก็พูดออกไปว่า “ท่านป้า ไม่จำเป็นต้องเช่ารถหรอกเจ้าค่ะ หลานพาคนขับรถม้ามาด้วย”
“อ้อ!” จี้ฮูหยินนึกขึ้นมาได้ “ดีเลย คนขับรถจากบ้านของหลานค่อยวางใจหน่อย เสียวอู่ งงอะไรอยู่อีกไปเตรียมตัวสิ!” จี้เสียวอู่ทำหน้าเสียใจแล้วเดินออกไป
เขามองออกเลยว่าใคร