ี้หลิงกลับมาแล้วเขาก็รีบกระโดดลงจากรถ “ค่อยคุยกันต่อครั้งหน้า ข้าล่ะกลัวพี่ใหญ่ของท่านจริงๆ หากถูกเขาจับได้อีกข้าต้องถูกผู้อื่นหัวเราะเยาะไปหลายวันแน่!”
ครั้งก่อนเขาถูกต่อยจนหน้าช้ำกว่าจะหายใช้เวลาไปหลายวัน ไม่กล้าโผล่หน้าไปให้ใครเห็นจะขึ้นรถลงรถต้องเอาพัดปิดหน้าจนผู้อื่นคิดว่าคุณชายหยางมีนิสัยประหลาด!
หมิงเวยมองเขาวิ่งออกไปด้วยรอยยิ้มแล้วกล่าวขอบคุณจี้หลิงที่ไปเติมน้ำกลับมา จี้หลิงเห็นหลังของหยางชูจึงเอ่ยถาม “เขามาหาน้องหรือ”
หมิงเวยไม่โกหกเขา “เจ้าค่ะ มาพูดคุยด้วยไม่กี่คำ”
จี้หลิงตอบไปว่า “น้องอย่าไปพูดกับเขาบ่อยนัก” เกรงว่านางจะเข้าใจผิดจึงอธิบายไป “ไม่ได้หมายความว่าไม่ให้น้องติดต่อผู้อื่นเพียงแต่เขาไว้ใจไม่ได้ แม้ว่าน้องจะมีสัญญาหมั้นหมายกับน้องห้า แต่ก็ไม่ได้เป็นทางการ หากน้องไม่เต็มใจพี่จะพูดแทนน้องให้เอง”
หมิงเวยยิ้ม “ขอบคุณพี่ใหญ่เจ้าค่ะ แต่น้องจะพูดกับท่านลุงด้วยตัวเองแล้วอีกอย่างน้องยังไม่เคยพบพี่ห้าเลย!”
จี้หลิงยิ้มด้วยความพึงพอใจ “น้องห้าเป้นเด็กดี พี่รับประกัน”
เมื่อคิดอีกทีเขาก็รู้สึกผิดเล็กน้อย “แต่อารมณ์ของเขาค่อนข้างแปลกไม่ค่อยเป็นมิตรกับคนแปลกหน้า แต่เขาจะดีด้วยกับคนที่เขาคุ้นเคยเท่านั้น”
หมิงเวยสงสัยเล็กน้อย “ก่อนหน้านี้พี่ใหญ่เคยพูดไว้หลายครั้ง เขาแปลกอย่างไรหรือเจ้าคะ”
จี้หลิงยิ้มอย่างขมขื่น “น้องห้าเฉลียวฉลาดมากพูดได้ว่าเป็นคนที่ฉลาดที่สุดในครอบครัว หากเขาตั้ง