าเห็นว่าจี้หลิงมีรูปลักษณ์สะอาดสะอ้าน ท่าทางสุภาพเรียบร้อย ถือเป็นความประทับใจแรกพบซึ่งเขารู้สึกชื่นชอบมาก เมื่อได้ยินเสียงเรียกจึงตอบกลับด้วยรอยยิ้มไปว่า
“คุณชายจี้มีเรื่องอะไรหรือ” นายท่านสี่สะอึกในใจรู้สึกเห็นท่าไม่ดี
จากนั้นก็ได้ยินจี้หลิงกล่าวว่า “ข้าน้อยมาที่นี่เพราะมีเรื่องลำบากใจ เนื่องจากเรื่องนี้เกี่ยวข้องกับผู้อาวุโสจึงไม่เหมาะสมเล็กน้อย และค่อนข้างทำลายชื่อเสียงของผู้อาวุโส เมื่อคิดไปคิดมาแล้วข้าน้อยคิดว่าจำเป็นต้องให้ท่านผู้เฒ่ารองเป็นพยานขอรับ”
แล้วท่านผู้เฒ่ารองก็นึกถึงเรื่องของฮูหยินสามจึงทำสีหน้าจริงจังแล้วพูดว่า “หมายถึงเรื่องท่านอาของคุณชายใช่หรือไม่ อันที่จริงเรื่องนี้พวกเราต้องขออภัยพวกท่าน แต่คุณชายก็เห็นแล้วว่าหลานหกคนเลวนั่นได้ชดใช้ด้วยชีวิตไปแล้ว คนตายเหมือนตะเกียงดับ[1] ถึงเรื่องนี้เป็นเรื่องใหญ่ แต่เมื่อมาถึงตรงนี้แล้วก็ควรปล่อยผ่านไป”
อย่างไรก็คนแซ่เดียวกัน เรื่องอะไรเขาต้องช่วยผู้อื่นฉีกหน้าตระกูลตนเองกัน
จี้หลิงกลับตอบว่า “ท่านผู้เฒ่ารองเข้าใจผิดแล้วขอรับเรื่องที่ข้าน้อยต้องการพูดไม่ใช่เรื่องนี้” ท่านผู้เฒ่ารองและคนอื่นๆ ชะงักเมื่อได้ยินประโยคนี้
ไม่ใช่เรื่องนี้แล้วเรื่องไหนกัน
จี้หลิงพูดต่อไปว่า “เรื่องของท่านอาข้าน้อยยอมรับว่าโกรธมาก แต่อย่างที่ท่านผู้เฒ่ารองได้กล่าวไป คนตายเหมือนตะเกียงดับ นายท่านหกก็ไม่อยู่แล้วจะสืบหามูลเหตุอะไรได้”
ท่านผู้เฒ่ารองพ