งสั่งให้พี่มาดูเจ้าและจุดธูปไหว้ท่านอา”
หมิงเวยกล่าวตอบ “พี่ใหญ่เดินทางมาอย่างยากลำบากเข้าไปดื่มชาด้านในก่อนเถิดเจ้าค่ะ” จากนั้นก็เชื้อเชิญพวกเขาและสั่งให้สาวใช้ไปชงชามา
ตอนที่นางสั่งงานพวกนี้ จี้หลิงได้มองดูอย่างเงียบๆ นายท่านใหญ่แห่งตระกูลจี้แก่กว่าฮูหยินสามประมาณเจ็ดถึงแปดปี ตอนที่จี้หลิงยังเป็นเด็ก ฮูหยินสามยังไม่ออกเรือน นางมักจะช่วยพี่สะใภ้เลี้ยงดูหลานชาย จี้หลิงจึงสนิทสนมกับท่านอาคนนี้มาก
ตอนที่เขายังเด็ก ท่านอายังอยู่ที่เมืองหลวง ทั้งสองบ้านไปมาหาสู่กันบ่อยๆ จี้หลิงเองก็ยังจำรูปลักษณ์ของลูกพี่ลูกน้องคนนี้ได้ดี
นางเกิดมามีหน้าตาเหมือนท่านอา ตัวเล็กผิวขาวราวกับหิมะ นางงดงามมาก เสียดายที่เกิดมาโง่เขลา นางมักจะทำหน้างุนงงตลอดเวลา ผู้คนมักไม่เข้าใจเวลาพูดคุยกับนาง ราวกับนางเป็นตุ๊กตาเคลือบที่เคลื่อนไหวไม่ได้
เมื่อไม่นานมานี้ท่านพ่อได้รับจดหมายจากท่านอา บอกว่าน้องสาวคนนี้หายจากอาการป่วยแล้ว แน่นอนว่าเป็นเรื่องที่น่ายินดี
ตอนที่ท่านอาเดินทางออกจากเมืองหลวง ทั้งสองฝ่ายได้ตกลงทำการหมั้นหมายด้วยปากเปล่า ท่านอามีชีวิตที่ยากลำบาก เสียสามีไปตั้งแต่ยังสาว เหลือเพียงบุตรสาวที่โง่เขลาผู้หนึ่ง หากครอบครัวฝั่งหญิงสาวไม่ดูแลแล้วจะยังหวังพึ่งผู้ใดได้อีก
เพียงแต่สองปีมานี้น้องห้าโตเป็นผู้ใหญ่แล้ว เมื่อเขาทราบเรื่องนี้ก็อาละวาดเสียใหญ่โต แม้พวกเขาจะไม่สามารถถอนหมั้นเพียงฝ่ายเดียวได้ แต่เรื่องที่