ในห้องเซ่นไหว้ผู้ตายตกอยู่ในความเงียบ
ผ่านไปนานฮูหยินผู้เฒ่าถอนหายใจ “ลูกสี่ ถ้าตอนนั้นเจ้าพูดออกมา แม่จะถามอย่างชัดเจนว่านางมีใจให้ผู้ใดกันแน่”
หมิงเวยตอบอย่างเฉยเมย “ท่านย่า หากตอนนั้นท่านอาสี่พูดออกไป ท่านย่าก็จะยิ่งไม่ชอบท่านแม่หรือไม่เจ้าคะ ยังไม่ทันได้ออกเรือนก็ทำให้สองพี่ท้องทะเลาะกันเพื่อแย่งนางเสียแล้ว”
ฮูหยินผู้เฒ่าเปิดปาก แต่สุดท้ายก็ไม่พูดอะไร อย่าพูดถึงตอนนั้นเลย แม้กระทั่งตอนนี้นางก็ไม่ชื่นชอบฮูหยินสาม
หมิงเวยเลื่อนสายตา “อย่างไรพวกท่านสองคนก็คนประเภทเดียวกัน ท่านแม่แต่งกับใครก็ถือว่าแต่ง พวกท่านมันพวกสวมหน้ากาก ชั่วชีวิตนี้ก็ยังพอนับได้ว่าเป็นบุพเพสันนิวาสที่งดงาม”
นางยกมุมปากยิ้มประชดประชัน “แต่ว่าพอมาเจอสถานการณ์เช่นนี้ ทำให้พวกท่านแต่ละคนต้องถอดหน้ากากออกมา!”
นางเล่าเรื่องนายท่านสามแกล้งตายเรื่องฮูหยินสามพาบุตรสาวกลับบ้านด้วยน้ำเสียงที่เรียบนิ่ง
“นางคิดว่าสามีตายจากไปแล้วจึงกลับมายังบ้านเกิดด้วยความคิดถึงเพียงแค่อยากดูแลเลี้ยงดูบุตรสาวให้ดี ผู้ใดจะรู้ว่ามีสัตว์เดรัจฉานเกิดคิดไม่ซื่อต่อหญิงหม้าย!”
สายตาของหมิงเวยจ้องไปที่นายท่านหกที่นอนบนเปล “ท่านอาหก ในตระกูลหมิงมีสัตว์ร้ายห่มหนังมนุษย์มากมายเช่นนี้มีเพียงท่านที่ต่างจากผู้อื่น แม้แต่หนังมนุษย์ท่านก็ไม่คิดจะห่ม!”
“แอบเข้าสวนมาย่ำยีหญิงหม้ายบังคับให้นางต้องอดทนกล้ำกลืนความไม่เป็นธรรมมาสิบปี เพราะนางต้องการเลี้ยงดูบุ